ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่สี่ตั้งแต่ได้มาอยู่ที่ญี่ปุ่น

ยิ่งอยู่ไปเรื่อยๆเราก็ดันเริ่มเห็นนิสัยของบรรดาพี่ยุ่นทั้งหลาย (ที่เรียกว่าสนิทกันได้ไม่เต็มปาก)

แต่คิดว่าตัวเราก็คงจะเป็นกลางพอสมควรนะ

 

หลายๆคนที่สนใจวัฒนธรรมญี่ปุ่น รึว่าเคยเรียนภาษาญี่ปุ่นมาก่อนน่าจะรู้จักกันดีกับวลีนี้

 

"おねがいします。 แปลคร่าวๆว่า ช่วยกรุณา, Please"

( o-ne-ga-i-shi-ma-su = โอะเนไงชิมัส )

 

ตอนเรียนภาษาญี่ปุ่นแรกๆ เมื่อสมัยม.ต้นก็คิดอยู่หรอก เออคำนี้มันดีนะ

มีการฝากเนื้อฝากตัวกับคนอื่นด้วย แสดงว่าคนญี่ปุ่นนี่นอบน้อมจริงๆ ขนาดคนที่เพิ่งรู้จักกันครั้งแรก ก็จะมีการพูดจาฝากเนื้อฝากตัวให้ดูแลเรียบร้อย เผื่อว่าในกรณีหน้าอาจจะต้องมีการรบกวน รึพึ่งพิงกันในลักษณะใดๆก็ตาม

แต่ว่า...เวลาผ่านไป เราก็ตระหนักแล้วหล่ะ

ว่าไอคำข้างบนเนี่ยมันกลายเป็นคำที่เราเกลียดไปเรียบร้อยแล้ว

เพราะว่าถ้าวลีนี้ถูกใช้ในกรณีอื่นนอกเหนือจากการทำความรู้จักกันครั้งแรกเนี่ย 

 

"มันจะเป็นวลีที่ใช้ในการโบ้ยงานชัดๆ..."

(และเพราะว่ามันเป็นการโบ้ยที่สุภาพมาก มันเลยไม่สามารถปฏิเสธได้น่ะสิ)

 

คนญี่ปุ่นนี่ฉลาดจริงๆเลยว่ามั้ย....หน้าตาก็ยิ้ม ตายิ้มเวลาพูด น้ำเสียงอ่อนหวานนอบน้อม แต่ลึกๆแล้ว วลีนี้มันก็คือ "ฝากมรึงทำให้กรูด้วยละกันนะ" เพราะว่าคนญี่ปุ่นทุกคนย่อมคุ้นเคยกับวลีนี้ และถูกปลูกฝังมาเสมอว่า...สังคมเป็นใหญ่ ไม่ใช่บุคคล ดังนั้นเวลาคนญี่ปุ่นถูกพูดด้วยประโยคนี้ คนนั้นก็จงก้มหน้าก้มตาทำงานงกๆไปเถอะค่ะ มันกลายเป็นความรับผิดชอบที่คุณไม่สามารถปฏิเสธได้แล้ว

ชริ!!!!!!

 

*********************************

 

เพื่อที่จะได้เข้าใจมากขึ้นว่าวลีนี้มันแย่ยังไง เราก็จะขอยกตัวอย่างมากซักสองสามตัวอย่างละกัน

 

ตัวอย่างที่หนึ่ง- สถานการณ์ร้านอาหารกะดึก ณ ที่ล้างจาน

ทานากะซังกำลังยืนล้างจานใบสุดท้ายอย่างมีความสุข ในหัวคิดว่าตรูจะไปตอกบัตรแล้วกลับบ้านไปกินอาหารมื้อดึกชดเชยพลังงานที่ต้องเสียไปแล้ว ๕๕

ทว่า...

อิมัย : ทานากะซัง ชั้นต้องรีบกลับไปทำรายงาน เดตไลน์วันนี้เที่ยงคืน เพราะงั้นจานกองใหม่ที่ชั้นวางไว้นี่

ฝากด้วยนะคะ Onegaishimasu

ทานากะ : ....ครับ (ซวยมั้ยหล่ะ)

ความหมายที่แท้จริง ไอทานากะล้างจานไปนะ ชั้นขอจรลีกลับบ้านก่อนหล่ะ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

 

 *********************************

 

ตัวอย่างที่สอง ณ ห้องสนทนาเอ็มเอสเอนระหว่างเพื่อนสนิทสองคน

ผู้หญิงเบอร์หนึ่ง :  นี่ๆ ผู้หญิงเบอร์สอง... เราโง่ภาษาอังกฤษมากเลยหล่ะ แล้วเนี่ยมีรายงานต้องส่งตอนปลายภาคนี้ ผู้หญิงเบอร์สองเก่งภาษาอังกฤษออก ช่วยเราหน่อยนะ นะ นะ นะ นะ Onegai~ne

ผู้หญิงเบอร์สอง : แล้วทำไมเธอไม่ทำเองหล่ะ

ผู้หญิงเบอร์หนึ่ง : ก็ทำแล้วนี่ แต่มันยากมากเลย นะจ๊ะ Onegaishimasu

ผู้หญิงเบอร์สอง : .....เออๆ เดี๋ยวไว้ทำให้ละกัน

ความหมายที่แื้ท้จริง นี่ยัยเบอร์สอง มาทำรายงานให้ชั้นซะดีๆ เผอิญชั้นขี้เกียจมากๆเลย

 

  *********************************

 

ป.ล. บ่นๆไปงั้นเองนะ ไม่ได้เซ็งอะไรมากมายหรอก ยังไงที่นี่ก็ยังมีอะไรดีๆที่ให้ประทับใจอีก...(มั๊ง) แต่ยิ่งอยู่ไปจะยิ่งรู้แกวว่า อ่อ...มันมีเบื้องลึก หุหุ

ป.ล. เบอรฺ์สอง บทสนทนาข้างต้นนี่พบได้ทั่วไปเลยจริงๆนะ

ป.ล. เบอร์สาม อากาศเริ่มหนาวแล้วสิ...

ป.ล. เบอร์สี่ เมื่อกี้อ่าน Bokura ga ita ตอนที่55 แล้ว... เริ่มมีความหวังว่าเรื่องนี้จะได้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง อ่านแล้วมันตรงกับเราตรงที่ เมื่อก่อนเราก็ชอบฝันแบบนางเอก ฝันเห็นบ่อยมากจนน่าเศร้า ดีที่ตอนนี้ไม่ฝันอีกแล้วหล่ะ

 

edit @ 16 Nov 2009 15:42:33 by Cheshire_XxX