วลีโบ้ยงานประจำชาติญี่ปุ่น
posted on 16 Nov 2009 15:04 by cheshire in ETC
ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่สี่ตั้งแต่ได้มาอยู่ที่ญี่ปุ่น
ยิ่งอยู่ไปเรื่อยๆเราก็ดันเริ่มเห็นนิสัยของบรรดาพี่ยุ่นทั้งหลาย (ที่เรียกว่าสนิทกันได้ไม่เต็มปาก)
แต่คิดว่าตัวเราก็คงจะเป็นกลางพอสมควรนะ
หลายๆคนที่สนใจวัฒนธรรมญี่ปุ่น รึว่าเคยเรียนภาษาญี่ปุ่นมาก่อนน่าจะรู้จักกันดีกับวลีนี้
"おねがいします。 แปลคร่าวๆว่า ช่วยกรุณา, Please"
( o-ne-ga-i-shi-ma-su = โอะเนไงชิมัส )
ตอนเรียนภาษาญี่ปุ่นแรกๆ เมื่อสมัยม.ต้นก็คิดอยู่หรอก เออคำนี้มันดีนะ
มีการฝากเนื้อฝากตัวกับคนอื่นด้วย แสดงว่าคนญี่ปุ่นนี่นอบน้อมจริงๆ ขนาดคนที่เพิ่งรู้จักกันครั้งแรก ก็จะมีการพูดจาฝากเนื้อฝากตัวให้ดูแลเรียบร้อย เผื่อว่าในกรณีหน้าอาจจะต้องมีการรบกวน รึพึ่งพิงกันในลักษณะใดๆก็ตาม
แต่ว่า...เวลาผ่านไป เราก็ตระหนักแล้วหล่ะ
ว่าไอคำข้างบนเนี่ยมันกลายเป็นคำที่เราเกลียดไปเรียบร้อยแล้ว
เพราะว่าถ้าวลีนี้ถูกใช้ในกรณีอื่นนอกเหนือจากการทำความรู้จักกันครั้งแรกเนี่ย
"มันจะเป็นวลีที่ใช้ในการโบ้ยงานชัดๆ..."
(และเพราะว่ามันเป็นการโบ้ยที่สุภาพมาก มันเลยไม่สามารถปฏิเสธได้น่ะสิ)
คนญี่ปุ่นนี่ฉลาดจริงๆเลยว่ามั้ย....หน้าตาก็ยิ้ม ตายิ้มเวลาพูด น้ำเสียงอ่อนหวานนอบน้อม แต่ลึกๆแล้ว วลีนี้มันก็คือ "ฝากมรึงทำให้กรูด้วยละกันนะ" เพราะว่าคนญี่ปุ่นทุกคนย่อมคุ้นเคยกับวลีนี้ และถูกปลูกฝังมาเสมอว่า...สังคมเป็นใหญ่ ไม่ใช่บุคคล ดังนั้นเวลาคนญี่ปุ่นถูกพูดด้วยประโยคนี้ คนนั้นก็จงก้มหน้าก้มตาทำงานงกๆไปเถอะค่ะ มันกลายเป็นความรับผิดชอบที่คุณไม่สามารถปฏิเสธได้แล้ว
ชริ!!!!!!
*********************************
เพื่อที่จะได้เข้าใจมากขึ้นว่าวลีนี้มันแย่ยังไง เราก็จะขอยกตัวอย่างมากซักสองสามตัวอย่างละกัน
ตัวอย่างที่หนึ่ง- สถานการณ์ร้านอาหารกะดึก ณ ที่ล้างจาน
ทานากะซังกำลังยืนล้างจานใบสุดท้ายอย่างมีความสุข ในหัวคิดว่าตรูจะไปตอกบัตรแล้วกลับบ้านไปกินอาหารมื้อดึกชดเชยพลังงานที่ต้องเสียไปแล้ว ๕๕
ทว่า...
อิมัย : ทานากะซัง ชั้นต้องรีบกลับไปทำรายงาน เดตไลน์วันนี้เที่ยงคืน เพราะงั้นจานกองใหม่ที่ชั้นวางไว้นี่
ฝากด้วยนะคะ Onegaishimasu
ทานากะ : ....ครับ (ซวยมั้ยหล่ะ)
ความหมายที่แท้จริง ไอทานากะล้างจานไปนะ ชั้นขอจรลีกลับบ้านก่อนหล่ะ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕
*********************************
ตัวอย่างที่สอง ณ ห้องสนทนาเอ็มเอสเอนระหว่างเพื่อนสนิทสองคน
ผู้หญิงเบอร์หนึ่ง : นี่ๆ ผู้หญิงเบอร์สอง... เราโง่ภาษาอังกฤษมากเลยหล่ะ แล้วเนี่ยมีรายงานต้องส่งตอนปลายภาคนี้ ผู้หญิงเบอร์สองเก่งภาษาอังกฤษออก ช่วยเราหน่อยนะ นะ นะ นะ นะ Onegai~ne
ผู้หญิงเบอร์สอง : แล้วทำไมเธอไม่ทำเองหล่ะ
ผู้หญิงเบอร์หนึ่ง : ก็ทำแล้วนี่ แต่มันยากมากเลย นะจ๊ะ Onegaishimasu
ผู้หญิงเบอร์สอง : .....เออๆ เดี๋ยวไว้ทำให้ละกัน
ความหมายที่แื้ท้จริง นี่ยัยเบอร์สอง มาทำรายงานให้ชั้นซะดีๆ เผอิญชั้นขี้เกียจมากๆเลย
*********************************
ป.ล. บ่นๆไปงั้นเองนะ ไม่ได้เซ็งอะไรมากมายหรอก ยังไงที่นี่ก็ยังมีอะไรดีๆที่ให้ประทับใจอีก...(มั๊ง) แต่ยิ่งอยู่ไปจะยิ่งรู้แกวว่า อ่อ...มันมีเบื้องลึก หุหุ
ป.ล. เบอรฺ์สอง บทสนทนาข้างต้นนี่พบได้ทั่วไปเลยจริงๆนะ
ป.ล. เบอร์สาม อากาศเริ่มหนาวแล้วสิ...
ป.ล. เบอร์สี่ เมื่อกี้อ่าน Bokura ga ita ตอนที่55 แล้ว... เริ่มมีความหวังว่าเรื่องนี้จะได้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง อ่านแล้วมันตรงกับเราตรงที่ เมื่อก่อนเราก็ชอบฝันแบบนางเอก ฝันเห็นบ่อยมากจนน่าเศร้า ดีที่ตอนนี้ไม่ฝันอีกแล้วหล่ะ
edit @ 16 Nov 2009 15:42:33 by Cheshire_XxX