"นิราศสาวชาวดอย" ภาคดอยในหมู่ดอย
posted on 17 Aug 2007 13:17 by cheshire in Mementoอย่างที่บางท่านทราบและบางท่านที่อาจจะยังไม่ทราบ
ว่าดิฮั้นเพิ่งกลับมาจากดอยค่ะ แต่จะเรียกว่าดอยก็ไม่ค่อยถูกนัก เนื่องจากเดิมก็อยู่ดอยอยู่แล้ว ตอนนี้เพิ่งย้ายสำมะโนครัวมาอยู่อพาตเม้นท์รูหนู (กรุณาพูดเร็วๆเพื่อให้มันกลายเป็นคำว่า "หรู" ทีละกันนะ) ที่อยู่ตรงข้ามสวนสาธารณะริมทะเล เอาเป็นว่าที่ที่หลุดไปโฮมสเตย์มาหนึ่งอาทิตย์มันเป็นดอยในหมู่ดอยละกัน ทั้งเมืองมีดอย...ดอย...แล้วก็ดอยกับทุ่งนาล้อมรอบ

วิวจากระเบียงห้องสุด...รูหนู
ครอบครัวโฮมสเตย์ของอิฮั้นนั้นประกอบไปด้วยสมาชิกสามคน คือ พ่อ แม่แล้วก็ลูกสาว บ้านเป็นสไตล์ญี่ปุ่นค่อนข้างจะใหม่ เลยไม่หลอนมากนัก (ตัวอิชั้นเองมิพิศวาสสไตล์ญี่ปุ่นเอาซะเลยหว่ะ ทั้งๆที่มาอยู่ยุ่น นับวันยิ่งเบื่อเอาเบื่อเอา) แต่กระนั้นแล้วอิฮั้นก็ดันได้นอนห้องสไตล์ญี่ปุ่นจนได้หว่ะ นอนห้องตาตามิมาเจ็ดวันเจ็ดคืน อย่างที่เค้าพูดกันว่าเกลียดอะไรได้อย่างนั้น มันจริงๆค่ะ
พอไปถึงวันแรกก็ทุ่มนึงได้แล้ว โอก้าซังก็ขับรถพากลับบ้านจากศาลาว่าการหมู่บ้านสามนาที ถึงบ้านตรูแล้วเหรอ... หลังจากเข้าบ้านไปก็เจอกับซาโอริโอเน้ซังนั่งทำอะไรซักอย่างที่ห้องนั่งเล่น แว่บแรกเลยก็ไม่ได้สนใจอะไร เอาของขึ้นไปเก็บบนห้องแล้วก็ลงมากินข้าวเย็นด้วยกันกับโอโต้วซัง โอก้าซังและโอเน้ซัง ก็คุยโน่นคุยนี่ไปเลยได้ทราบความว่า เพื่อนชาวงอบของดิชั้นที่เคยเรียนยุ่นคลาสเดียวกันเมื่อเทอมที่ผ่านมา มันมาโฮมสเตย์ที่บ้านนี้เมื่อปีที่แล้วนี่เอง ก่อนที่อิฮั้นจะมามันก็บอกว่ามันเคยมาโฮมสเตย์ที่เมืองนี้ แล้วมันเบื่อเพราะว่าโฮสของมัน...."ดูเบสบอลทั้งวัน"
เออ นั่นแหละจริงๆ ดูจนกรูเอียนไปเลยจริงๆ ดูทุกคู่เลย ยิ่งตอนนี้เป็นฤดูโคชิเอ็ง(การแข่งเบสบอลของนักเรียนม.ปลายทั่วประเทศ) วันนึงอิฮั้นต้องดูอย่างต่ำสองคู่ แข่งทีคู่นึงชั่วโมงครึ่งได้มั๊ง...อยากจะสำรอกออกมาเป็นลูกเบสบอล กับนักเรียนม.ปลายหัวเหม่งๆ ขอบอกว่าทั้งทีมที่มีแต่ผู้ชาย แต่หาหล่อยากมาก มีแต่ตาตี่ๆหัวเกรียนๆผิวคล้ำๆไปหมดเลย พอทีมไหนแข่งแพ้ก็จะมีสมาชิกในทีมร้องไห้ อันนี้เข้าใจว่าเค้าเสียใจเพราะว่าทุ่มเทกันมากจริงๆ แต่ที่ฮาก็คือ พอแพ้แล้ว เค้าก็จะเอาถุงมาโกยดินในสนามเบสบอลเพื่อเป็นที่ระลึก? (=_=^) ทุกทีมและทุกคนจริงๆ... หยั่งงี้ทุกปีสนามเบสบอลที่เฮียวโงะมันไม่ต้องเอาดินมาถมทุกปีเลยเรอะ
พล่ามเรื่องเบสบอลมานานเข้าเรื่องแล้ว...
พอเช้าวันที่สองตื่นมา ก็เลยมองวิวได้ทั่วขึ้น หน้าบ้านมีแปลงนา...เต็มเลยเว๊ย ตอนเช้าก็ไปซุปเปอร์กับโอก้าซังแล้วก็รับมามิโกะจังที่เป็นหลานของโอก้าซังมาเล่นเป็นเพื่อนเรา แต่มามิโกะจังไม่เห็นเล่นกับกรูเลย เอาแต่นอน พอตอนบ่ายก็มีปาร์ตี้ของบ้านที่เป็นโฮสกับเด็กที่มาโฮมสเตย์ ก็เรื่อยๆดี
วันที่สาม...เอ่อ นอนมั๊ง พอบ่ายๆซาโอริโอเน้ซังก็พาเรากับมามิโกะไปเที่ยว --->> ที่โรงงานเบียร์ ซัปโปโร เออก็...ก็ดีมั๊ง ที่นี่พอฟังที่ไกด์บรรยายเสร็จก็จะมีเบียร์ให้ดื่มฟรี แน่นอนว่าพวกเราไม่มีใครดื่ม มามิโกะอายุไม่ถึงเพราะแค่ม.ต้น ซาโอริโอเน้ซังขับรถ ส่วนกรูไม่ชอบดื่มพวกนี้อยู่แล้ว มันไม่อร่อยแถมดื่มแล้วหน้าแดงอีกทั้งๆที่ไม่เมา สรุปทั้งสามคนเลยมาเพื่อนั่งกินน้ำแอปเปิ้ลกับเบียร์แครกเกอร์ (กินๆไปแล้วมันออกรสเบียร์จริงๆหว่ะ) พอจะกลับก็เลยซื้อของฝากซะหน่อย ของที่ซื้อมาก็...เยลลี่เบียร์ซัปโปโร

อร่อย..(รึเปล่าหว่า)

มีตราเอบิซึด้วยเน้อ...
วันที่สี่...วันนี้ไปเที่ยวกับโอโต้วซังสองคน โอโต้วซังก็พาไป "ออนตายากิ" ที่ป็นหมู่บ้านที่ทำเครื่องปั้นดินเผา เสร็จแล้วโอโต้วซังก็พาไปโน่นๆนี่ๆในเมือง
วันที่ห้า...วันนี้โอก้าซังกับซาโอริโอเน้ซังพาไปเที่ยวเหมืองทอง "ไทโอคินซัน"ขับรถจากบ้านไปชั่วโมงนึงได้ แต่ทาง...หยั่งกับแม่ฮ่องสอน กรูจะเมารถตายให้ได้ พอไปถึงก็เสียไปคนละพันเยนเพื่อเข้าไปดูหุ่นนเหมือง ขอบอกว่าหลอนมาก ทั้งๆที่อากาศตอนนี้ร้อนมาก แต่พอเดินไปถึงปากทางเข้าก็หนาวซะหยั่งกับกลับไปหน้าหนาว เข้าไปข้างในก็ยิ่งหนาว มืดๆหนาวๆ มีน้ำหยดติ๋งๆแล้วก็มีหุ่นทำท่าขุดเหมือง หยั่งกับเข้าบ้านผีสิง แต่ว่าการไปเที่ยวครั้งนี้ก็ทำให้รู้ว่า คนสมัยก่อนนี่เก่งจริงๆเลยนะ เหมืองก็อยู่ท่ามกลางภูเขาซะขนาดนั้น แต่ว่าก็สามารถทำงานที่นั่นได้ ใช้ชีวิตได้ แถมชีวิตในเหมืองก็ดูน่ากลัว เหมืองทองที่นี่มีทั้งหมดสิบเจ็ดชั้น ลึกลงไปราวๆห้าร้อยเมตรจากผิวดิน ลองนึกดูละกันว่ามันลึกขนาดไหน พอออกจากเหมืองซักพัก ฝนก็ตกลงมาหนักมาก พวกเราสามคนก็เลยเผ่นกลับทันใดท่ามกลางฟ้าผ่าเปรี้ยงๆ
วันที่หก...วันนี้ก็กินๆนอนๆ ดูเบสบอลอยู่บ้าน พอกินข้าวเย็นเสร็จ โฮสก็พาเราไปเที่ยวงานเทศกาลริมน้ำ ก็เล็กๆอ่ะ แต่ก็เรื่อยๆดี
วันที่เจ็ด...ตื่นเช้ามา กินข้าวเช้า แล้วโอโต้วซังก็ขับรถมาส่งที่แคมปัส
จบชีวิตดอยในดอยเจ็ดวัน เอวังละฉะนี้
ป.ล. รักโฮสพ่อจัง ใจดีมากๆ ไม่เคยเห็นผู้ชายยุ่นใจดีหยั่งงี้ ส่วนใหญ่ผู้ชายยุ่นจะสูบบุหรี่ แต่โอโต้วซังไม่สูบ แล้วก็ใจเย็นมากแถมใจดีอีก เราใช้คอมของโอโต้วซังเช็คเมลล์แล้วพอใช้เสร็จ มันดันต่อเนทไม่ได้อีกเลย กว่าจะใช้ได้ก็สองวันถัดมา แล้วพอซ่อมเสร็จแล้ว เราก็ไปขอใช้อีก (กลัวเจ๊งอยู่หรอกนะ แต่ด้วยอาการลงแดง...) พอใช้เสร็จเราก็จะปิด คอมมันก็ไม่ยอมชัทดาวน์ เราก็เลยไปเรียกโอโต้วซังมาดู เค้าก็บอกว่า "อ๋อ มันช้าน่ะ ต้องรอแปปนึง" แล้วก็ถามเราว่า "ไม่ต้องกังวลหรอกนะ คราวก่อนน่ะไม่ใช่ความผิดของเราหรอก"
ป.ล.เบอร์สอง...ตอนนี้อ้วนโคตรๆ อ้วนจนถ่ายรูปแล้วหน้าอืด กลมและแบนยิ่งกว่าเดิม แถมพอเจอคนรู้จัก มีแต่คนทักว่า "อ้วนขึ้นเหรอ...." เครียดวุ้ย
(TTwTT) ตรูต้องผอมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!
จะบอกว่าเยลลี่เบียร์ดูน่ากินจัง แต่มันเป็นเบียร์นี่เนอะ เจ๊กินไม่ด๊ายยยยยย กินเบียร์ไม่ได้ แต่กินเหล้าได้ ฮ่าๆ
ปล.มาร่วมใจลดน้ำหนักกันเถอะ ตอนนี้เจ๊ก็อ้วนจนกู่ไม่กลับแล้ว เครียดๆๆๆๆเหมือนกัน
#1 By 난 아무것도 아난 사람이야... on 2007-08-18 09:08