***โหลดโหด.................................................***

 

สวัสดี...มิตรรักแฟนบล็อคทุกท่านทั้งขาประจำและขาจร

 

วันนี้ เราจะมาเปิดประเด็นกันถึงเรื่อง "อุปกรณ์สร้างเสริมพุงกะทิ" กันดีกว่า ตัวเรานั้นแต่ดั้งเดิมเป็นคนที่ผอม แต่พอมาสมัยที่เริ่มแตกเนื้อสาววววววววววววววว (บ่งบอกความนาน) ก็เริ่มอวบขึ้นมาทันทีทันใด ๕๕๕ เท่าที่จำความได้ก็คือ น้ำหนักตอนป.ห้าขึ้นมาจากเท่าไหร่ก็ไม่รู้มาเป็นสี่สิบห้า...ตัน เอ๊ย...กิโลกรัม และนั่นแหละคือ

น้ำหนักที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่เข้าช่วงวัยรุ่น

ส่วนน้ำหนักที่มากที่สุดนั้น...เมื่อเร็วๆนี้เพิ่งทำลายสถิติไปเอง เมื่อครั้งไปทริปโตเกียวเมื่อปลายเดือนที่แล้วน่ะแหละ...แต่ไม่ขอบอกดีกว่า เดี๋ยวทุกคนจะตกใจว่าทำไมผู้หญิงตัวเตี้ยๆอย่างนี้มันถึงหนักได้ถึงขนาดนั้นหว่า...

แต่เอาเป็นว่า...น้ำหนักปัจจุบันลดลงมาเป็นระดับกลางๆแล้ว แต่ก็ยังอ้วนกว่าตอนอยู่ม.ปลายเยอะเลย

สาเหตุเหล่านั้นมันก็คือ...เราเป็นคนชอบกินขนมมาก โดยเฉพาะขนมอะไรก็ได้ที่มีช็อกโกแลตเป็นส่วนประกอบ แต่นับตั้งแต่มาปักหลักอยู่ต่างแดน...ปริมาณขนมที่เรากินก็มากขึ้นๆทุกวันๆ จนเหมือนกับว่า เรากลายเป็นโรคเสพติดน้ำตาล (ตอนนี้ต้องควบคุมแล้ว ไม่งั้น...ต้องตายเพราะเบาหวานถามหาแน่ๆตรู) =_=^

ถ้าถามขึ้นขนมที่กินบ่อยสุดแล้วก็คงจะเป็น

            ขนมหมีโคอาล่า (เออ ไอขนมยอดฮิตที่ทุกท่านเคยกินนั่นแหละ) ไม่รู้ว่าทำไมความอร่อยแบบนี้มันถึงติดลิ้นนักก็ไม่รู้ มันคลาสสิกในตัวของมันเอง เป็นขนมที่กินแล้วไม่มีเบื่อ (อีกเหตุผลนึงที่สำคัญก็คือ มันกล่องละแค่ร้อยเยนด้วยหล่ะ ๕๕๕) ที่ญี่ปุ่นมีอยู่ทั้งหมดสี่รส คือ รสนม รสกาแฟลาเต้ รสสตอร์เบอร์รี่ แล้วก็รสช็อกโกแลตขาประจำของเรา... ยังไม่เคยกินอยู่รสเดียวคือ รสสตอร์เบอร์รี่ แต่จากการกินรสที่เหลือ...ยังไงก็ขอนั่งยันนอนยันแล้วก็ยืนยันว่า รสช็อกโกแลตอร่อยสุดแล้วหว่ะ

ส่วนขนมอื่นๆก็กินวนๆสลับกันไปเรื่อยๆ แล้วแต่ฤดูกาล (เพราะว่าที่ญี่ปุ่นจะออกขนมรสใหม่ๆแบบใหม่ๆตามฤดูกาล) แต่ถ้าเจออะไรที่เรากินแล้วถูกใจ...เราก็จะซื้อแบบนั้นกินไปเรื่อยๆน่ะแหละ ต่อให้ขนมแบบเดียวกันแต่ออกมาหลายรส ก็จะซื้อแต่รสที่ชอบไม่ค่อยไปลองรสใหม่...

แต่ทว่า...

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ดันว่างเกินไป

อยากลองดี

ด้วยการทำร้ายพุงและตรูดของตัวเอง

.

.

.

.

.

เชิญชมละกัน (TT ^ TT)

 

 

 

 

 

             เริ่มแรกกับ...ช็อกโกแลตสตอร์เบอร์รี่ รึว่าจะเรียกว่าสตอร์เบอร์รี่ช็อกโกแลตดีฟระ เป็นขนมที่วางขายเฉพาะฤดูหนาวกับฤดูใบไม้ผลิ ตอนกินครั้งที่มันออกมาครั้งแรกเมื่อต้นปี ตอนนั้นขนมตัวนี้มีส่วนผสมของสตอร์เบอร์รี่ถึง 70% แต่ยังมิทันข้ามปี...มันดันถูกปรับปรุง เพิ่มปริมาณสตอร์เบอร์รี่ยัดลงไปในตัวขนมนี้อีกกลายเป็น 77% ( o ___ o ) อู้ววววววววววววววววว สะใจโจ๋คนชอบขนมที่มีรสเปรี้ยวๆหวานๆ สนนราคาของตัวนี้อยู่ที่ประมาณสองร้อยเยน (แล้วแต่สถานที่จำหน่าย)

Comment: *****

สมควรอย่างยิ่งแก่การลิ้มลอง แต่ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับปริมาณ (สองร้อยเยนต่อสิบสองบล็อคช็อกโกแลต) กินบ่อยทรัพย์อาจจะจาง และนอกจากทรัพย์จะจางแล้วเสื้อผ้าก็จะคับแล้วก็จะบลาๆตามมาอีกล้านแปดประการ

 

****************************************

 

ถัดมาไม่รอช้า...

 

กินเสร็จตรูจะเต้นแบบนังยีราฟนี่ได้เรอะ

               ผู้ท้าชิงจากฝั่งคาลบี้... จากะริโกะ มันฝรั่งแท่งทอดกรอบรสชีส ขอบอกว่า...มันธรรมดาแบบไม่ธรรมดา เหมาะสำหรับเอาไว้กินกระแทกอารมณ์หลังอกหัก กินเพลินๆระหว่างทำการบ้าน รึว่าเป็นขนมที่เอาไว้แบ่งกันจกกับเพื่อนสนิทก็ไม่เสียหลาย สนนราคาตั้งแต่ร้อยเยนไปจนถึงประมาณร้อยสี่สิบเยน

ขอเสริมนิดนึง...ภาษาญี่ปุ่นคำว่า "มันฝรั่ง" คือ จากะอิโมะ เค้าก็เลยเอาคำนี้มาตั้งชื่อขนมเป็น "จากะริโกะ" คำว่าจากะอิโมะนั้น ถ้าแปลตรงๆ จะแปลว่า...มันจากะ ซึ่งไปจากะนี่ก็มาจากคำว่า...จาการ์ต้า เมืองหลงของอินโดนีเซียนั่นเอง เพราะว่าสมัยก่อนญี่ปุ่นนำมันฝรั่งเข้ามาในประเทศจากเมืองจาการ์ต้าค่ะ

Comment: ****

 

****************************************

 

 

                ไอขี้แพ้จากค่าย BOURBON ที่ต่อให้หิวหน้ามืดแค่ไหน รึมีเงินเหลือเฟือก็ไม่สมควรจะเอาเงินไปซื้อไอนี่มากินเป็นอันขาด...เนื่องจากเราคาดไม่ถึงเห็นในโฆษณาดูแล้วน่ากินดี มีรสมองบลังค์และรสนามะช็อกโกแลต แต่ว่าไม่รู้ว่าไอรสนามะช็อกโกที่อยากฟาดมันขาดตลาดรึยังไง ไปกี่ๆที่ก็เหลือแต่ไอรสบ้านี่ เลยเอามาลองก็ได้ฟระ... ผลก็คือ ไม่มีความอร่อยแถมยังหวานแสบไส้อีกตะหาก ไม่ขอลองเป็นครั้งที่สอง ตัวขนมเป็นแป้งโมจิห่อด้วยก้อนช็อกโกแลตหวานๆที่ไม่มีอะไรบ่งบอกถึงความเป็นเกาลัคเลย ราคาก็ราวๆสองร้อยเยนได้ แต่ทั้งกล่องมีแค่แปดชิ้น (สองแพ๊คย่อยพร้อมบรรจุซองกันชื้น)

Comment: * (...แนะนำว่าไม่ควรลอง เปลืองเงิน)

 

****************************************

 

 

             ฝั่งเมจิ... ช็อกโกแลตรสชาเขียวชิ้นพอดีคำเคลือบผงโกโก้ บรรจุในซองแยก...วางขายแต่เฉพาะช่วงฤดูหนาว มีทั้งหมดสี่รสคือ สตอร์เบอร์รี่ (ที่อร่อยแบบไม่รู้จะสรรหาคำมาบรรยายได้ยังไง เป็นขนมที่อร่อยที่สุดของที่สุด) ชาเขียว ครีมมี่แล้วก็ช็อกโกแลต ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ซื้อชาเขียวมาลอง ตามคำแนะนำของเพื่อนที่ว่า "ก็อร่อยดี" แต่พอเรามากินแล้วยังไงรสนี้ก็เป็นได้แค่คู่ขา One Night Stand ครั้งเดียวก็ขอลา กลับไปตายรังกับขนมรุ่นเดียวกันรสสตอร์เบอร์รี่ที่เป็นตัวจริงในดวงใจดีกว่า สนนราคาตัวนี้อยู่ที่ราวๆ สองร้อยสี่สิบเยน

Comment: *** (งั้นๆแต่คนที่คลั่งชาเขียวอาจจะชอบ)

 

**************************************** 

 

และสุดท้ายสำหรับวันนี้...

 

             Charlotte สาวน้อยโฮโซที่ไม่มีอะไรโดดเด่น...รูปลักษณ์ภายนอกคุณเธองามงด เต็มสิบเลยค่ะ ทั้งดีไซน์ของกล่อง ซองบรรจุแยกชิ้นแล้วก็ความหรูของรูปลักษณ์ขนม แต่ทว่า...รสชาติคุณเธอไม่ต่างอะไรกับช็อกโกแลตแท่งราคาแปดสิบเยน ทั้งๆที่เขียนคำโปรยไว้บนกล่องว่า นามะช็อกโกแลตข้นๆ ค่าตัวคุณเธอนั้นสิบสองชิ้นราคาสองร้อยยี่สิบเก้าเยน...

Comment: ** (กินช็อกโกแลตแท่งแบบแปดสิบเยนรสชาติเหมือนกัน)

ชมโฉมคุณหนูเค้าหน่อย อุตส่าห์แต่งตัวมาซะสวย...

 

ดอกกุหลาบ

ที่จริงมีอีกราวๆหกแบบเป็นรูปนก อักษรย่อของ Charlotte รูปหัวใจ รูปกระต่ายแล้วก็รูปใบไม้ด้วย

แต่อัพไม่ไหวแล้ว เต่าเหลือเกิ๊น 

 

****************************************

 

ขอบคุณที่อ่าน เจอกันเอนทรี่หน้าค่ะ (^___^)

ป.ล. ถ้าใครมาอ่านตอนดึกๆ กรุณาอย่าอ่านแบบจริงจังมาก เพราะว่าถ้าหิวแล้วจะไม่ดีต่อพุงกะทินะ ฮี่ๆ

 

 

 

edit @ 11 Dec 2007 21:31:06 by Cheshire_XxX

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เอามายั่วตอนดึกๆ อย่างงี้ใจร้ายจริงๆเลยอ้า
ญี่ปุ่นนี่เป็นประเทศสุดเลิฟจริงๆ มีแต่ขนมน่ากิน
อยากกิน melty kiss สตอเบอร์รี่อ่าชอบๆ อร่อยมากเลย
ส่วนเรื่องอ้วนขึ้นหลังจากจบม.ปลาย ดีก็เป็นอ่า
อยู่มหาลัยไม่ได้ออกกำลังกายเลย
คาบห้องรวมเมื่อไหร่ก็เอาหนมออกมากินกะเพื่อนๆ
เสริมพุงกะทิกันเข้าปายยยยย
sad smile

#1 By chenlee on 2007-12-11 21:54

//เยิ้ม...........เค้าอยากกินเงอ

#2 By AnnDa Algulfa Etnia on 2007-12-11 22:04

เป็นโรคติดของหวานเหมือนกันค่ะbig smile
สร้างเสริมพุงแต่ดูดเงินน่ะสิคะ =[]=
ถึงจะไม่แพงก็เถอะ ถ้าติดก็ซื้อเยอะเอาการแหงๆค่ะ ฮาๆๆ

ว่าแล้วก็ชักอยากลองแฮะ จะหาได้ในไทยมั้ยล่ะนี่ sad smile

#4 By ::Materia Hunter::^^ on 2007-12-11 22:13

เอี๊อก ขนมญี่ปุ่นมากมายสารพัดสารพัน
ที่ฝรั่งเศสนี่ขนมอะไรก็ช็อคโกไปหมดเลย
ไอ้ชอบก็ชอบนะ...แต่ขออย่างอื่นบ้างได้ไหมเฮ้ย!
แถมมีแต่ช็อคโกแลตดำ ขมๆ บางทีก็ใส่ส้มเข้าไปด้วย =_="
ฮ่าๆ ตอนเด็กๆชอบกินโคล่าอามาจิเหมือนกัน แต่กินมากไปพอโตมาเลยเบื่อ ไอ้รสสตรอเบอรี่ก็ไม่เคยชิมเหมือนกัน เป็นโรคเดียวกันเลยอะพลอย ไม่ชอบชิมของรสแปลกๆ ชอบอะไรก็ซื้อแต่อันนั้นกิน เป็นโรคไม่ชอบเสี่ยง ฮี่ๆ

ก่อนหน้านี้ญาติซื้อช็อคโกแลตกลิ่นเมลอนมาฝากจากญี่ปุ่นอะ อร่อยดี ทำเป็นรูปเมลอนด้วย น่ารักมากๆ กะว่าไปเที่ยวต้องไปซื้อกลับมาให้ได้อะ
อยากกิน pocky dessert ของกูลิโกะครับ
อ้อ ...ชอบ melty kiss รสครีมมี่ด้วยครับ
เป็นรสที่ไม่ได้วางขายทุกปีด้วยนะ

#7 By บองเต่า on 2007-12-11 23:31

โอวว เข้ามาตอนดึกได้เรื่องเลยทีเดียวค่ะ

อาการอยากกินหนมที่มีส่วนผสมของชอคกาแลตพุ่งพรวด -*-

พรุ่งนี้สงสัยได้อ้วนตามอีกคน 555

ตอนนี้อยากกินเค้กมากกกกก รอสภาพเงินคงคลังคล่องตัวก่อน หึหึ
ง๊ากกกกกกกกกกกกกกกก
จะกิ๊นนนนนนนน *ดิ้นๆ*
ตอนนี้ช็อกโกแลตในสต็อคที่บ้านใกล้จะหมดแล้วง่าา~~
cheshire-san ยังเอามายั่วกันอิ๊กก >_<

ฟังที่บรรยายสรรพคุณ Melty Kiss แล้วก็อยากลองเหลือหลาย ฮือ~~

อะ... แต่จริงๆ แล้วเราเป็นคนไม่ชอบกินอะไรที่มันเป็น "รส" สตรอเบอร์รี่นะ (ถ้าสตรอเบอร์รี่เลยอ่ะ ชอบค่ะ)

โมจิกล่องนั้นดูดีเน้อ~ ไม่น่าเชื่อเลยว่ามันจะไม่อร่อย
่ขำที่บอกว่าช็อกโกแลตแท่งแปดสิบเยนรสชาติเหมือนกันจัง (เมืองไทยก็มีแบบนี้เยอะเหมือนกัน ^^)

แต่... ขนมหมีกล่องละร้อยเยน!! ประเทศไทยทำไมมันขายกันกล่องนึงเป็นร้อย (ฟระ!!)

#9 By Kao on 2007-12-12 01:08

เคยทานช็อคโกสตอร์เบอร์รี่ของmeiji แต่มันไม่ริชสตอร์เบอร์รี่เท่าอันนี้

น่ากิน โฮก~!!!

#10 By Nãmp®ikkãpi on 2007-12-12 01:46

ขนมที่ญี่ปุ่นนี่ นอกจากสวยแล้วยังน่ากินด้วย ล่อเงินสุดเลยนะคะเนี่ยconfused smile

เคยกินอันแรกสุดตอนอยู่เกาหลีล่ะมั้งนะ (คล้ายๆกัน แต่ยี่ห้อนี้แหล่ะค่ะ)
อร่อยมากเลย TTwTT ฮือ.... (อยากหม่ำ ดร๊วบๆ เสริมพุง)
ช๊อคโกแลตหมีน้อย...ไม่ได้กินมาหลายปีแล้ว แต่พูดแล้วมันก็อยากกินมากค่า โฮก~ *0* โดยเฉพาะเวลาดูทีวีแล้วไม่มีอะไรใส่ปาก เหมือนชีวิตมันขาดหาย cry

#11 By +|| m i n e y ||+ on 2007-12-12 17:37