อุปกรณ์สร้างเสริมพุงกะทิ
posted on 11 Dec 2007 18:59 by cheshire in ETC
***โหลดโหด.................................................***
สวัสดี...มิตรรักแฟนบล็อคทุกท่านทั้งขาประจำและขาจร
วันนี้ เราจะมาเปิดประเด็นกันถึงเรื่อง "อุปกรณ์สร้างเสริมพุงกะทิ" กันดีกว่า ตัวเรานั้นแต่ดั้งเดิมเป็นคนที่ผอม แต่พอมาสมัยที่เริ่มแตกเนื้อสาววววววววววววววว (บ่งบอกความนาน) ก็เริ่มอวบขึ้นมาทันทีทันใด ๕๕๕ เท่าที่จำความได้ก็คือ น้ำหนักตอนป.ห้าขึ้นมาจากเท่าไหร่ก็ไม่รู้มาเป็นสี่สิบห้า...ตัน เอ๊ย...กิโลกรัม และนั่นแหละคือ
น้ำหนักที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่เข้าช่วงวัยรุ่น
ส่วนน้ำหนักที่มากที่สุดนั้น...เมื่อเร็วๆนี้เพิ่งทำลายสถิติไปเอง เมื่อครั้งไปทริปโตเกียวเมื่อปลายเดือนที่แล้วน่ะแหละ...แต่ไม่ขอบอกดีกว่า เดี๋ยวทุกคนจะตกใจว่าทำไมผู้หญิงตัวเตี้ยๆอย่างนี้มันถึงหนักได้ถึงขนาดนั้นหว่า...
แต่เอาเป็นว่า...น้ำหนักปัจจุบันลดลงมาเป็นระดับกลางๆแล้ว แต่ก็ยังอ้วนกว่าตอนอยู่ม.ปลายเยอะเลย
สาเหตุเหล่านั้นมันก็คือ...เราเป็นคนชอบกินขนมมาก โดยเฉพาะขนมอะไรก็ได้ที่มีช็อกโกแลตเป็นส่วนประกอบ แต่นับตั้งแต่มาปักหลักอยู่ต่างแดน...ปริมาณขนมที่เรากินก็มากขึ้นๆทุกวันๆ จนเหมือนกับว่า เรากลายเป็นโรคเสพติดน้ำตาล (ตอนนี้ต้องควบคุมแล้ว ไม่งั้น...ต้องตายเพราะเบาหวานถามหาแน่ๆตรู) =_=^
ถ้าถามขึ้นขนมที่กินบ่อยสุดแล้วก็คงจะเป็น
ขนมหมีโคอาล่า (เออ ไอขนมยอดฮิตที่ทุกท่านเคยกินนั่นแหละ) ไม่รู้ว่าทำไมความอร่อยแบบนี้มันถึงติดลิ้นนักก็ไม่รู้ มันคลาสสิกในตัวของมันเอง เป็นขนมที่กินแล้วไม่มีเบื่อ (อีกเหตุผลนึงที่สำคัญก็คือ มันกล่องละแค่ร้อยเยนด้วยหล่ะ ๕๕๕) ที่ญี่ปุ่นมีอยู่ทั้งหมดสี่รส คือ รสนม รสกาแฟลาเต้ รสสตอร์เบอร์รี่ แล้วก็รสช็อกโกแลตขาประจำของเรา... ยังไม่เคยกินอยู่รสเดียวคือ รสสตอร์เบอร์รี่ แต่จากการกินรสที่เหลือ...ยังไงก็ขอนั่งยันนอนยันแล้วก็ยืนยันว่า รสช็อกโกแลตอร่อยสุดแล้วหว่ะ
ส่วนขนมอื่นๆก็กินวนๆสลับกันไปเรื่อยๆ แล้วแต่ฤดูกาล (เพราะว่าที่ญี่ปุ่นจะออกขนมรสใหม่ๆแบบใหม่ๆตามฤดูกาล) แต่ถ้าเจออะไรที่เรากินแล้วถูกใจ...เราก็จะซื้อแบบนั้นกินไปเรื่อยๆน่ะแหละ ต่อให้ขนมแบบเดียวกันแต่ออกมาหลายรส ก็จะซื้อแต่รสที่ชอบไม่ค่อยไปลองรสใหม่...
แต่ทว่า...
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ดันว่างเกินไป
อยากลองดี
ด้วยการทำร้ายพุงและตรูดของตัวเอง
.
.
.
.
.
เชิญชมละกัน (TT ^ TT)
เริ่มแรกกับ...ช็อกโกแลตสตอร์เบอร์รี่ รึว่าจะเรียกว่าสตอร์เบอร์รี่ช็อกโกแลตดีฟระ เป็นขนมที่วางขายเฉพาะฤดูหนาวกับฤดูใบไม้ผลิ ตอนกินครั้งที่มันออกมาครั้งแรกเมื่อต้นปี ตอนนั้นขนมตัวนี้มีส่วนผสมของสตอร์เบอร์รี่ถึง 70% แต่ยังมิทันข้ามปี...มันดันถูกปรับปรุง เพิ่มปริมาณสตอร์เบอร์รี่ยัดลงไปในตัวขนมนี้อีกกลายเป็น 77% ( o ___ o ) อู้ววววววววววววววววว สะใจโจ๋คนชอบขนมที่มีรสเปรี้ยวๆหวานๆ สนนราคาของตัวนี้อยู่ที่ประมาณสองร้อยเยน (แล้วแต่สถานที่จำหน่าย)
Comment: *****
สมควรอย่างยิ่งแก่การลิ้มลอง แต่ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับปริมาณ (สองร้อยเยนต่อสิบสองบล็อคช็อกโกแลต) กินบ่อยทรัพย์อาจจะจาง และนอกจากทรัพย์จะจางแล้วเสื้อผ้าก็จะคับแล้วก็จะบลาๆตามมาอีกล้านแปดประการ
****************************************
ถัดมาไม่รอช้า...
ผู้ท้าชิงจากฝั่งคาลบี้... จากะริโกะ มันฝรั่งแท่งทอดกรอบรสชีส ขอบอกว่า...มันธรรมดาแบบไม่ธรรมดา เหมาะสำหรับเอาไว้กินกระแทกอารมณ์หลังอกหัก กินเพลินๆระหว่างทำการบ้าน รึว่าเป็นขนมที่เอาไว้แบ่งกันจกกับเพื่อนสนิทก็ไม่เสียหลาย สนนราคาตั้งแต่ร้อยเยนไปจนถึงประมาณร้อยสี่สิบเยน
ขอเสริมนิดนึง...ภาษาญี่ปุ่นคำว่า "มันฝรั่ง" คือ จากะอิโมะ เค้าก็เลยเอาคำนี้มาตั้งชื่อขนมเป็น "จากะริโกะ" คำว่าจากะอิโมะนั้น ถ้าแปลตรงๆ จะแปลว่า...มันจากะ ซึ่งไปจากะนี่ก็มาจากคำว่า...จาการ์ต้า เมืองหลงของอินโดนีเซียนั่นเอง เพราะว่าสมัยก่อนญี่ปุ่นนำมันฝรั่งเข้ามาในประเทศจากเมืองจาการ์ต้าค่ะ
Comment: ****
****************************************
ไอขี้แพ้จากค่าย BOURBON ที่ต่อให้หิวหน้ามืดแค่ไหน รึมีเงินเหลือเฟือก็ไม่สมควรจะเอาเงินไปซื้อไอนี่มากินเป็นอันขาด...เนื่องจากเราคาดไม่ถึงเห็นในโฆษณาดูแล้วน่ากินดี มีรสมองบลังค์และรสนามะช็อกโกแลต แต่ว่าไม่รู้ว่าไอรสนามะช็อกโกที่อยากฟาดมันขาดตลาดรึยังไง ไปกี่ๆที่ก็เหลือแต่ไอรสบ้านี่ เลยเอามาลองก็ได้ฟระ... ผลก็คือ ไม่มีความอร่อยแถมยังหวานแสบไส้อีกตะหาก ไม่ขอลองเป็นครั้งที่สอง ตัวขนมเป็นแป้งโมจิห่อด้วยก้อนช็อกโกแลตหวานๆที่ไม่มีอะไรบ่งบอกถึงความเป็นเกาลัคเลย ราคาก็ราวๆสองร้อยเยนได้ แต่ทั้งกล่องมีแค่แปดชิ้น (สองแพ๊คย่อยพร้อมบรรจุซองกันชื้น)
Comment: * (...แนะนำว่าไม่ควรลอง เปลืองเงิน)
****************************************
ฝั่งเมจิ... ช็อกโกแลตรสชาเขียวชิ้นพอดีคำเคลือบผงโกโก้ บรรจุในซองแยก...วางขายแต่เฉพาะช่วงฤดูหนาว มีทั้งหมดสี่รสคือ สตอร์เบอร์รี่ (ที่อร่อยแบบไม่รู้จะสรรหาคำมาบรรยายได้ยังไง เป็นขนมที่อร่อยที่สุดของที่สุด) ชาเขียว ครีมมี่แล้วก็ช็อกโกแลต ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ซื้อชาเขียวมาลอง ตามคำแนะนำของเพื่อนที่ว่า "ก็อร่อยดี" แต่พอเรามากินแล้วยังไงรสนี้ก็เป็นได้แค่คู่ขา One Night Stand ครั้งเดียวก็ขอลา กลับไปตายรังกับขนมรุ่นเดียวกันรสสตอร์เบอร์รี่ที่เป็นตัวจริงในดวงใจดีกว่า สนนราคาตัวนี้อยู่ที่ราวๆ สองร้อยสี่สิบเยน
Comment: *** (งั้นๆแต่คนที่คลั่งชาเขียวอาจจะชอบ)
****************************************
และสุดท้ายสำหรับวันนี้...
Charlotte สาวน้อยโฮโซที่ไม่มีอะไรโดดเด่น...รูปลักษณ์ภายนอกคุณเธองามงด เต็มสิบเลยค่ะ ทั้งดีไซน์ของกล่อง ซองบรรจุแยกชิ้นแล้วก็ความหรูของรูปลักษณ์ขนม แต่ทว่า...รสชาติคุณเธอไม่ต่างอะไรกับช็อกโกแลตแท่งราคาแปดสิบเยน ทั้งๆที่เขียนคำโปรยไว้บนกล่องว่า นามะช็อกโกแลตข้นๆ ค่าตัวคุณเธอนั้นสิบสองชิ้นราคาสองร้อยยี่สิบเก้าเยน...
Comment: ** (กินช็อกโกแลตแท่งแบบแปดสิบเยนรสชาติเหมือนกัน)
ชมโฉมคุณหนูเค้าหน่อย อุตส่าห์แต่งตัวมาซะสวย...
ดอกกุหลาบ
ที่จริงมีอีกราวๆหกแบบเป็นรูปนก อักษรย่อของ Charlotte รูปหัวใจ รูปกระต่ายแล้วก็รูปใบไม้ด้วย
แต่อัพไม่ไหวแล้ว เต่าเหลือเกิ๊น
****************************************
ขอบคุณที่อ่าน เจอกันเอนทรี่หน้าค่ะ (^___^)
ป.ล. ถ้าใครมาอ่านตอนดึกๆ กรุณาอย่าอ่านแบบจริงจังมาก เพราะว่าถ้าหิวแล้วจะไม่ดีต่อพุงกะทินะ ฮี่ๆ
edit @ 11 Dec 2007 21:31:06 by Cheshire_XxX
ญี่ปุ่นนี่เป็นประเทศสุดเลิฟจริงๆ มีแต่ขนมน่ากิน
อยากกิน melty kiss สตอเบอร์รี่อ่าชอบๆ อร่อยมากเลย
ส่วนเรื่องอ้วนขึ้นหลังจากจบม.ปลาย ดีก็เป็นอ่า
อยู่มหาลัยไม่ได้ออกกำลังกายเลย
คาบห้องรวมเมื่อไหร่ก็เอาหนมออกมากินกะเพื่อนๆ
เสริมพุงกะทิกันเข้าปายยยยย
#1 By chenlee on 2007-12-11 21:54