หนูอยากเป็นเจ้าสาว

posted on 27 Apr 2008 09:47 by cheshire  in ETC

 

             

 

ปุจฉา: โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร?

วิสัจชนา: โตขึ้นหนูอยากเป็นเจ้าสาว...

 

   คำถามข้างต้นนี้น่าจะเป็นคำตอบโดยทั่วไปของเด็กผู้หญิงวัยอนุบาลรึไม่ก็ประถมของญี่ปุ่น ที่ตัวเราเองในวัยมัธยมต้นได้ยินครั้งแรกแล้วรู้สึกประหลาดใจมาก ในความคิดของเราแล้วคำถามที่ว่า "โตขึ้นอยากเป็นอะไร" นั้นมันเป็นคำถามที่ถามถึงอาชีพหรือความฝันที่อยากเป็นมากกว่า ไม่น่าที่จะเป็นเรื่องง่ายๆอย่างเช่น

 

 "การเป็นเจ้าสาว"

 

   อาจจะเป็นเพราะว่าตอนเด็กๆคิดเสมอด้วยมั๊งว่า "ผู้หญิงทุกคนโตขึ้นแล้วก็ต้องแต่งงานอยู่แล้ว ดังนั้นทุกคนก็ต้องได้เป็นเจ้าสาวอยู่แล้ว" เมื่อตัวเราเอาความคิดเองเออเองที่ติดมาแต่เด็กนั้นเป็นบรรทัดฐาน เราก็เลยดูถูกความฝันของเด็กผู้หญิงญี่ปุ่นไปโดยไม่รู้ตัว

   ย้อนนึกไปถึงตัวเราเองเมื่อสมัยอนุบาลนั้น ถ้ามีคนถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ตัวเราก็จะตอบอยู่เสมอๆว่า อยากเป็นนางพยาบาลค่ะ เหตุผลน่ะเหรอ...ด้วยความคิดแบบเด็กๆในตอนนั้น ตัวเรามักจะมีภาพที่ติดตาอยู่เสมอๆว่า พยาบาลจะต้องเป็นผู้หญิงที่สวย น่ารัก ใจดีอ่อนโยน แล้วก็ได้ใส่ชุดพยาบาลสีชมพูน่ารัก ในทางตรงกันข้ามเกี่ยวกับอาชีพหมอแล้ว เราคิดเสมอว่า คุณหมอต้องเป็นผู้ชาย... ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกันแฮะ ทั้งๆที่คุณหมอที่หาประจำตอนเด็กๆก็เป็นผู้หญิง แถมพยาบาลที่เป็นผู้ช่วยคุณหมอคนนั้นก็ไม่ได้ใส่ชุดสีชมพู แล้วก็ไม่ได้เป็นสาวสวย แต่เป็นผู้หญิงที่ดูใจดี

   พอโตขึ้นมาหน่อย ในวัยประถม เราที่กำลังสนุกสนานกับการวาดภาพก็หลงคิดไปว่า ตัวเราชอบวาดภาพงั้นก็น่าจะเหมาะกับอาชีพสถาปนิกที่ออกแบบตึกอาคารเปี้ยบเลย เพราะฉะนั้นอาชีพในฝันของช่วงประถมจึงเปลี่ยนมาเป็นสถาปนิกมาโดยตลอด...

   ดังนั้นพอตัวเราได้ยินเกี่ยวกับความฝันของเด็กญี่ปุ่นเราจึงคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะเพ้อเจ้อเลยทีเดียว จนกระทั่งเมื่อตัวเราเริ่มเข้ามหาลัย เราก็เริ่มกลับมาคิดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง...

 

   การที่คนคนนึงจะเป็นเจ้าสาวที่มีความสุขได้ มันต้องใช้หลายปัจจัยเหลือเกิน เงิน เวลา สุขภาพ ความรัก ความเข้าใจ ความผูกพัน การยอมรับของคนในสังคมและอื่นๆอีกมากมายตามแต่ที่คนในสังคมปัจจุบันจะคิดได้ ดังนั้นความคิดของเราในตอนนี้ก็เลยกลับตาลปัตรไปโดยสิ้นเชิง จากที่คิดว่าการที่เด็กญี่ปุ่นคิดที่จะมีความฝันเช่นนี้ ช่างเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ตอนนี้นั้นเรากลับรู้สึกเข้าใจขึ้นมาเลย ว่าความสุขของการได้เป็นเจ้าสาว มันเป็นเรื่องเล็กๆก็จริง แต่มันก็เป็นความสุขที่แสนจะเปี่ยมล้นของคนๆนั้นแล้วก็ต้องใช้ความรักของคนสองคนร่วมกันสร้างขึ้นมา แม้ว่าความสุขนั้นมันจะไม่จีรังแต่ตัวเราในตอนนี้ก็มีความฝันเล็กๆแบบนี้ซ่อนอยู่เหมือนกัน...

 

 

 

 

ป.ล. ขอเล่าหลายเรื่องหน่อยละกัน

(๑) ตอนเด็กๆเคยมีหนังสือนิทานที่แปลมาจากภาษาญี่ปุ่นอยู่เล่มนึง ชื่อเรื่องว่า "หนูอยากเป็นเจ้าสาว" นี่แหละ เป็นเรื่องของครอบครัวหนู ที่มีพ่อแม่และลูกสาว พ่อก็พยายามที่จะหาเจ้าบ่าวดีๆมาให้กับลูกสาวให้ได้ ก็เลยเดินทางไปหาคนนั้นคนนี้ทั้งพระอาทิตย์ เมฆ ลม กำแพง แต่สุดท้ายแล้วก็มาเจอเจ้าบ่าวที่เหมาะสมในที่สุด ซึ่งก็คือหนูหนุ่มนั่นเอง... (จะว่าไป...ไม่น่าเชื่อว่าที่บ้านจะมีนิทานญี่ปุ่นเยอะไม่น่าเชื่อ นอกจากเล่มนี้แล้วก็ยังมีอีกหลายเล่มเลย แต่ที่จำได้อีกเล่มก็คือ "คุณตาดอกไม้บาน"

(๒) เรามีลูกพี่ลูกน้องผู้หญิงที่สนิทกันมากๆเหมือนน้องสาวแท้ๆคนนึง ตอนเด็กๆที่เคยถูกพวกแม่ๆถามกันว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร น้องคนนั้นก็ตอบออกมาด้วยความภูมิใจว่า "อยากเป็นกระเป๋ารถเมล์ค่ะ" ๕๕๕ น่ารักซะจริง

(๓) ถึงตอนนี้ก็มีความฝันเล็กๆแบบนี้ซ่อนเอาไว้ แต่สมมุติว่าถ้าเราหาแฟนได้แล้วก็คบกันรอดจนถึงแต่งงานจริงหล่ะก็... ขอแต่งแค่สองปีแล้วหย่าจะได้มั้ยฟระ ไม่งั้นก็แยกกันอยู่หลังจากสองปีไปเลย เพราะรู้สึกว่ายังไงทุกสิ่งมันก็มีวันหมดอายุจริงๆน่ะแหละ แล้วอีกอย่างเป็นคนขี้เบื่อแล้วก็โลกส่วนตัวสูงอีก กลัวว่าอยู่กันไปนานๆจากรักมากจะกลายเป็นเหม็นขี้หน้า

เคยพูดกับแม่แล้วก็อี้ไว้เหมือนกันนะ เรื่องแต่งงานแบบข้างบนเนี่ย พอบอกเสร็จ ทั้งคู่ก็ตอบกลับมาอย่างพร้อมเพรียงกันว่า

 

 "แล้วงี้จะแต่งไปทำไม...?" (=_=)""

เรา: "ก็แต่งเพื่อตักตวงความสุขไงจ๊ะ"

 

              

*หมายเหตุ* ทำไมหน้ากระดาษมันกลายเป็นอย่างนี้ไปเลยละเนี่ย หงิดนะเฟร้ย ใครช่วยบอกวิธีแก้ด้วยที

(TT ^ TT)

edit @ 3 May 2008 12:21:32 by Cheshire_XxX

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

หนูรอเป็นอยู่อ่ะquestion

#1 By 2spot studio on 2008-04-27 10:07

รอเป็นเหมือนกันค่ะ

แต่คงอีกนาน...sad smile

แต่งเพื่อตักตวงความสุข........อืม เข้าท่าดีค่ะ 555

#2 By ชาเขียวaddict on 2008-04-27 11:01

อืมเนอะ ตอนเด็กไม่เคยคิดเลยว่าโตขึ้นมาอยากเป็นเจ้าสาว
ตอนนั้นอยากเป็นครู อยากเป็นนางพยาบาล
เป็นอาชีพยอดฮิตที่เด็กอนุบาลหญิงมักจะตอบกัน
แต่พอโตขึ้นมา ก็เพิ่งจะนึกได้ ว่าลึกๆแล้วตัวเราก็คงอยากเป็นเจ้าสาวของใครสักคนนึง..
อยากใส่ชุดแต่งงานสวยๆ อยากอยู่ในบรรยากาศของวันแต่งงาน
อยากให้เวลาหยุดอยู่ที่วันนั้น อย่าเพิ่งเดินต่อไป...

เริ่มเพ้อ..55

#3 By 유리 on 2008-04-27 11:50

ฮ่าๆๆๆ...ว่าแต่พี่พลอยล่ะอยากเป็นเจ้าสาวของใครกันนะ question


พี่พลอย โมมีวิธีลดหุ่นที่เห็นผลจริงจังอยู่วิธีนึง
ตอนมาเกาหลี มีช่วงนึงโมกินแหลกมาก นน.พุ่งไป 55
โมก็เลยใช้วิธีนี้คือ
ตอนเช้ากินโยเกิร์ต+ขนมปัง 1 แผ่น
ตอนเที่ยงกินกล้วย หรือผลไม้อย่างอื่น หรือกับข้าวที่ไม่มัน+ข้าวช้อนเดียว
ตอนเย็นกินแอปเปิ้ลเขียว
แล้วก็เล่นฮูลาฮุป+วิ่ง....

ประมาณ 2 เดือนผ่านไป นน.ลดมา 49 เลย
แล้วถ้าทำได้สม่ำเสมอ นน.จะลดไปอีก(1-2โล555+)
แต่ตอนนี้มันคงที่แล้วนะคะ
เพื่อนโมเคยใช้วิธีนี้หมือนกัน
แต่ว่ามันไม่กินแป้งเลย กินแต่กล้วย 3 มื้อ
2 เดือนกว่าๆ นน.ลดไปเป็นสิบโลเลยอ่า ~

#4 By 유리 on 2008-04-27 12:58

รออยู่เหมือนกัน
แต่คงไม่มีคนมาขอ
สงสัยต้องรอขึ้นคาน
ผมอยู่เซี่ยงไฮ้ครับbig smile
ฮ่าๆ
ตอนนั้นเคยได้ยินแบบนี้ก็แอบต๊กกะใจเหมือนกัน ตอนนั้นแอบรู้สึกว่า ทำไมความฝันมันกระจ้อยร่อยจังวะ???

แอบขำที่บอกว่าตอนเด็กๆอยากเป็นนางพยาบาล ต่างกะเราลิบลับ นางพยาบาลในโมภาพเราสมัยเด็กนี่o[]O เป็นอะไรที่กลัวมากกกกกก

#7 By PARAkeet on 2008-04-27 16:13

เชือมะว่าเจ๊ไม่เคยฝันถึงภาพตัวเองในชุดเจ้าสาวหรือแม้แต่วาดภาพหน้าตาเจ้าบ่าวเลยอะ...มันถึงคานทองอยู่จนทุกวันนี้

ตั้งแต่เด็กสิ่งที่ฝันคือการเป็นดีไซน์เนอร์ โตขึ้นมาได้ชื่อว่าเป็นดีไซเนอร์จริง แต่มันคนละแบบกับที่หวังละ แหมเนอะ เงินก็ไม่มี ชื่อเสียงเงินทองไงมันก็เป็นฐานผลักดันคนให้ขึ้นมาอยู่แล้ว เราก็ได้แต่เป็นดีไซเนอร์ต็อกต๋อย ฮิๆ

เรื่องแต่งงานนี่บ้านเจ๊มีแต่คนบอกว่าอย่าแต่ง อาจเพราะครอบครัวมีแต่ผู้หญิง พ่อแม่เจ๊ก็อย่ากัน ฉะนั้นคนในบ้านเลยมีแต่คนบอกว่าชีวิตแต่งงานมัน"บัดซบ" อย่าเอาตัวไปเสี่ยงเลย เราเองก็เห็นภาพคนใกล้ตัวเยอะเลยขยาดเหมือนกันละ โดยเฉพาะหนุ่มไทยขอหลีกให้ไกลล้านลี้เลย คลำดูไม่มีหางก็เอาหมดละ เฮ้อ แต่ละคนก็นานาจิตตังนะ ลองแต่งดูพลอยอาจจะชอบชีวิตแต่งงานก็ได้ ฮิๆ

ปล.เจ๊ก็มีนิทานยุ่นที่บ้านเยอะละ แต่จะแนวพวกผีๆ แล้วก็มีโต๊ะโตะจังที่เคยเอาไปอ่านในห้องเรียน แล้วโดนครูทำโทษ ฮ่าๆ จำไปจนตายเลยเรื่องนี้
ชาติินี้ไม่น่าจะได้เป็น

เพราะอยากเป็นเจ้าบ่าวค่ะ...

รู้สึกว่าเป็นเจ้าสาวมันเรื่องมาก อยากใส่ทักซิโด อยากหอมแก้มผู้หญิงสวยๆ อู๊ยยยย สวรรค์ชัดๆ

แต่ตอนเด็กๆ พอครูถามว่าอยากเป็นอะไร ตัวเองก็ตอบไม่ได้ สุดท้ายเลยตอบ "อยากเป็นครูค่ะ" เพราะกำลังคุยอยู่กับครู ครูจะได้มีกำลังใจสอน...

ซะงั้น...

#9 By Jasmine✿Lala~ on 2008-04-27 22:20

ไม่อยากแต่งง๊านนนนนนนนน!!!
โอะ ไม่เห็นเอนทรี่นี้ได้ไงนะ
ดีเห็นด้วยจริงๆค่ะที่ว่าผู้หญิงญี่ปปุ่นเอาแต่คิดเรื่องแต่งงาน
มันเห็นทั้งในละครทีวี ทั้งหนังสือ อะไรๆ ก็จะแต่งงานๆ
จริงๆมันเป้นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและคิดให้เยอะๆเลยเนอะ
ตอนนี้เอาตัวรอดเรื่องเรียน เรื่องจะทำงานเลี้ยงตัวเองก่อนดีกว่า confused smile

#11 By chenlee on 2008-05-01 10:36

แอบฮาปล. ที่ว่าแต่งสองปีแล้วขอหย่า confused smile
แบบนี้แสดงว่ายังไม่เจอคนที่ใช่ละสิน่ะ question
(แล้วตัวเองล่ะเฟ้ย !!!! ล้มโต๊ะ)

#12 By --อาเย่-- on 2008-05-21 20:06

หนูก็อยากเป็นเจ้าสาววว big smile

#13 By Icey Cherry on 2008-05-22 06:00