...เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ดีวีดีหนังเกาหลีที่ให้เพื่อนยืมไปร่วมปีกลับคืนมาแล้วหล่ะ

ก็เลยมานั่งดูซีรีย์โปรดในดวงใจ My name is Kim Sam Soon อีกรอบแบบผ่านๆ

ดูไปก็คิดไปว่าเรื่องนี้นี่มันดีจริงๆเลย ให้แง่คิดอะไรตั้งหลายอย่างเกี่ยวกับความรัก

เสียอยู่อย่างเดียวที่ทำยังไงก็ตามเราก็ไม่ชอบนิสัยของพระเอกอยู่ดี ดูเห็นแก่ตัวเกินไป

แต่มาติดใจอยู่ประโยคนึงที่พระเอกพูดกับนางรองตอนที่จะขอเลิกว่า

 

          "คนเรา...ซักวันก็ต้องตาย แต่ก็ต้องอยู่ให้ได้เหมือนกัน"

 

ถ้ามองจากมุมมองของคนที่ยังรักพระเอกแบบนางรองแล้ว มันคงจะเป็นข้อแก้ตัวที่ดูเห็นแก่ตัวที่สุดเลย แต่ว่าถ้าลองคิดดีๆ ชีวิตคนเรามันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆไม่ใช่เหรอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่หมดหวังสิ้นหวังถึงขนาดฆ่าตัวตาย ยังไงๆเราก็ยังต้องหายใจต่อไป แม้ว่าชีวิตจะดูว่างเปล่าแค่ไหนก็ตาม

เราว่าตัวเราเองก็คงเป็นผู้หญิงที่เย็นชา ถึงคิดได้แบบเดียวกันกับพระเอกแบบนี้ แม้แต่เพื่อนสนิทที่มาบ่นกับเราช่วงที่รอผลเซมินาร์ออกนั้น เราก็เคยตอบคล้ายๆกันอย่างที่พระเอกพูดไป มันก็พูดอยู่บ่อยๆว่า เราใจร้ายจัง แล้วซักแปปก็จะพูดออกมาด้วยหน้าเศร้าๆว่า... แต่ที่แกตอบมาก็จริงนะ

 

ไม่รู้ว่าคิดแบบเรานี่เป็นความคิดของคนเย็นชารึว่าคนที่ปลงโลกกันแล้วก็ไม่รู้สินะ...

ชีวิตในตอนนี้ก็เหมือนกัน ที่รู้สึกได้เลยว่าเราก้าวผ่านความรู้สึกที่ยึดติดมานานจน

รู้สึกว่าสมองมันแจ่มใสไปหมดเลย แล้วก็รู้สึกว่าพร้อมที่จะมุ่งสู่การเรียนอย่างเต็มที่เลยจริงๆ

ยังไงเสีย...ชีวิตก็ยังคงต้องเดินหน้าต่อไป เพราะยังไงก็มีแต่ตัวเองที่ช่วยตัวเองได้

ไม่มีใครที่ไหนมาช่วยตัวของเราได้หรอก แม้แต่พ่อแม่ก็ตาม ก็ให้รักเรามากแค่ไหน ช่วยเราได้มากแค่ไหน

แต่ก็ต้องมีซักวันที่พวกท่านสามารถไม่ช่วยเราได้

 

ชีวิตคนเรามันก็เป็นแบบนี้แหละ

สนุกสนานแต่ก็ไร้ซึ่งความแน่นอน...

 

 

 

ป.ล. ตอนนี้ตัดสินใจทรมานตัวเอง ด้วยการไม่กลับไทยอีกแล้วหล่ะ ทั้งๆที่ตอนแรกตั้งใจไว้ว่ากลับเดือนสิงหาชัวร์ป้าบๆ เราสมัครไปเรียนภาษาที่จีนกับมหาลัยแทน... จริงๆแล้วอยากกลับใจจะขาด เพราะรู้สึกว่าพอมาอยู่เมืองนอกนานๆแล้วจิตใจมันอ่อนแอลงเรื่อยๆเลย แต่เพื่อความรู้แล้วหล่ะก็ บางทีอาจจะสมควรที่จะเสี่ยง(รึเปล่านะ)

ป.ล.เบอร์สอง...เรื่องที่กลัวยิ่งกว่าคือ กลัวว่าเรียนจบที่นี่แล้ว จะไม่ได้กลับไปปักหลักเมืองไทย แต่ต้องเร่ร่อนอยู่เมืองนอกไปเรื่อยๆ กลัวเป็นแบบนั้นจริงๆเลย จู่ๆก็ดันนึกขึ้นมาได้ว่า ตอนสมัยม.หกที่มีพูดสุนทรพจน์ภาษาญี่ปุ่นต่อหน้าเด็กแลกเปลี่ยนคนญี่ปุ่นร่วมร้อยคน เราก็ดันประกาศไปว่า "ต่อให้ได้มาเรียนญี่ปุ่น เราก็จะไม่มาหรอก จะสอบเข้าอักษรแล้วก็เรียนอย่างมีความสุข เพราะเป็นความฝันมาตั้งแต่เด็ก" เหอะ...นึกแล้วก็สะอึกขึ้นมาเลยสิ

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ชีวิตมันก็อย่างนี้แหละน้า~~~sad smile

#1 By Jasmine✿Lala~ on 2008-06-18 20:29

เง้อ......สู้ๆนะจ้ะ เนะโกะ - -!

มันไม่ได้เรียกว่าเย็นชาหรอก เราก็เริ่มปลงเหมือนกัน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนไม่แน่นอนแหละ อยู่ที่ว่าแต่ละคนจะยอมรับมันได้แค่ไหน ไม่ยึดติดแหละดีแล้ว

ปล. ปลเบอสอง>>อะไรๆมันก็เปลี่ยนแปลงได้เสมอแหละเนอะ มันไม่มีอะไรที่เปนไปตามที่คิดตลอดหรอก
ปลล. อ่านแล้วก็คิดถึงเด็กที่โดดตึกที่จุฬาอ่ะ เพราะยึดติดเกินไปถึงได้..ชีวิตไร้ซึ่งความแน่นอนจิงๆเลย

#2 By blueraccoon on 2008-06-18 20:33

อูวว
บางทีเราก็เป็นแบบนั้นเหมือนกันค่ะangry smile ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร...
เรื่องเรียน สู้ๆนะคะcry

#3 By PARAkeet on 2008-06-18 20:52

เข้าใจความรู้สึกเลยเรื่องมาอยู่เมืองนอกแล้วอยากกลับบ้านเนี่ย ฮ่าๆ เรื่องเร่ร่อนอยู่เมืองนอกเนี่ย มีให้เห็นเยอะ อย่างเจ๊เป็นต้น โฮะๆ มันหนีไม่ได้หรอก ยิ่งไม่อยากยิ่งเจอ เตือนไว้ก่อนจะได้ทำใจล่วงหน้านะ

ปล.เอนทรี่นี้ดูเป็นการเป็นงานเชียว ฮิๆ
น้องพลอยรู้จักทฤษฏีแรงดึงดูดไหม ?
อะไรที่เราเกลียดมากๆ มันจะมาหาเรา อิๆ

พี่อ่ะ อยากไปเรียนที่ญี่ปุ่นมาตลอดเลยนะ แต่ไม่มีโอกาส ลองคิดถึงคนอื่นดู แล้วจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้น

ปล. ถ้ารู้วิธีที่ทำให้พี่ไปญี่ปุ่นได้บ้างก้บอกด้วยนะจ๊ะ 5555cry

#5 By ::: MiNaMi ::: on 2008-08-02 00:13