ปณิธานชีวิต...

posted on 09 Oct 2009 18:30 by cheshire  in ETC

 

 

 

หลังๆมานี้ ชีวิตเริ่มสูญเสียปณิธานไปเรื่อยๆไงไม่รู้สิ ตอนเด็กๆยังรู้สึกว่ามีเป้าหมายที่แน่ชัดกว่าตอนนี้เยอะ

ตอนนี้ก็เรียนๆไปวันๆ กะว่าเรียนจบก็จะหางาน ได้ทำงานในบริษัทกินเงินเดือนไปวันๆ ทำงานตามที่ทางบริษัทสั่งมา พอตอนกลางวันก็ไปกินข้าวกะเพื่อนสาวในออฟฟิสแล้วก็ชอปปิ้งแถวที่ทำงาน ตกบ่ายก็เริ่มทำงานอีกครั้ง พอตกเย็นก็ไปเที่ยวบ้าง กลับบ้านบ้างตามอารมณ์ไป ทำงานไปซักพักก็คงจะเริ่มหากุ๊กๆกิ๊กๆกะคนที่ทำงานออฟฟิสในย่านเดียวกัน กิ๊กกันไปกิ๊กกันมาพอมีความสุข

เสาร์อาทิตย์ก็พักผ่อนกับที่บ้านบ้างกับเพื่อนฝูงบ้างตามประสา...

ชีวิตคนเราจะเอาอะไรกันนัก ได้แค่นี้เราก็รู้สึกว่าสบายแล้ว

เป็นสุขแบบเรียบๆง่ายๆตามประสา ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอาความสุขมากมายไปทำไม

สู้มีความสุขเรื่อยๆนานๆดีกว่าความสุขครั้งใหญ่...

 

ไม่รู้เหมือนกันแฮะว่าคิดง่ายแล้วเฉื่อยเกินไปมั้ยเนี่ย...

 

 

ส่วนเรื่องความรักนั้นไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกมีสิ่งที่อยากทำให้ได้เหลือเกินอยู่ราวๆสองสามข้อ

(ทั้งๆที่แม้แต่ตอนนี้กิ๊กก็ไ่ม่มี คนที่แอบรักมาตั้งร่วมนนนานเราก็ตัดใจได้แล้ว)

เรื่องที่อยากทำนั้นก็มีง่ายๆ ดังนี้

 

หนึ่ง...ไปลอยกระทงที่จุฬาฯ... อันนี้รู้็สึกเหมือนเป็นความหวังที่จุดประกายมาจากแม่เลยแฮะ แถมตัวเราก็วนๆเวียนๆอยู่แถวนั้นมาก็ร่วมสามปีกว่า แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่เคยไปลอยกระทงที่จุฬาฯซักครั้งเลย เพราะ๊งั้นคงจะดีไม่น้อยถ้าจะได้ไปลอยกับคนที่ชอบด้วยกันได้ แต่ไม่รู้ว่าที่หวังไว้จะเป็นจริงได้มั้ยเนี่ย...(จริงๆแล้วอยากไปลอยตอนช่วงมหาลัย แต่เพราะตัดสินใจมาเรียนที่มหาลัยที่เรียนอยู่ตอนนี้ ความฝันเลยพังครืนนนนนเลย กลับไปเมืองไทยรอบหน้า ช่วงเทศกาลลอยกระทงก็ไม่ใช่นักศึกษาอีกต่อไปแล้ว)

สอง...ไปลอยโคมที่ภาคเหนือ ๕๕๕ อันนี้ก็ช่วงเทศกาลลอยกระทงอีกหล่ะ น่าจะมีคนเคยผ่านตาบรรยากาศของเทศกาลลอยโคมอยู่ไม่น้อยนะ ส่วนตัวเราคิดว่ามันช่างโรแมนติกสุดๆไปเลย แค่ดูรูปก็รู้สึกสวยอย่างกับอยู่ในความฝันเลย

และข้อสุดท้ายก็คือไปเที่ยวปาย...

เฮ้อ...เพราะงั้นตอนนี้ขอฝันกลางวันไปเรื่อยๆก่อนละกัน

( ^ ^ ) 

 

 ***********************

 

อีกอย่างนึงที่เราได้เรียนรู้ก็คือ อย่ายึดติดกับอะไรๆก็ตาม เพราะเมื่อเวลาผ่านไปมันก็ไม่มีอะไรเหมือนเดิมทั้งนั้น

ยิ่งคิดอย่างนี้ได้ก็เลยยิ่งปลงโลกมากขึ้นเยอะเลย ชีวิตคนมีความสุขก็จริงแต่ว่ามันก็มีเรื่องน่าเศร้าที่ไม่ว่าทำยังไงก็หนีมันไปไม่พ้นอยู่ดี อย่างเช่นเมื่อราวๆเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา จู่ๆก็ได้รู้ข่าวว่าเพื่อนสมัยม.ปลายคนนึงได้เสียชีวิตลงแล้วจากอุบัติเหตุ ตัวเราไม่ได้เสียใจอะไรมากหรอก แต่มันก็ทำให้เห็นความไม่แน่นอนและน่าเศร้าของความเป็นคนขึ้นมา กระทั่งตอนนี้ทั้งๆที่ในรูปถ่ายเธอคนนั้นจะยังยิ้มอยู่ก็ตาม แต่เธอก็ไม่มีตัวตนเหลืออยู่ในโลกใบนี้แล้ว หรือแม้กระทั่งเวลาที่ออนเอ็ม ถึงแม้อีเมลล์ของเธอจะอยู่ในลิสต์ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็จะไม่มีวันที่จะได้เห็นอีเมลล์นั้นออนไลน์อีกต่อไปแล้ว มันน่าเศร้าแต่ก็ทำอะไรไม่ได้จริงๆ

และในเร็วๆนี้ เรากับเพื่อนๆก็ต้องแยกย้ายกันไปอีกแล้ว เพราะแต่ละคนก็จะเรียนจบ แล้วก็แยกย้ายไปสู่สิ่งที่แต่ละคนตั้งใจดำเนินชีวิตต่อไป หากมีวาสนาก็คงยังได้มีโอกาสสนิทกัน แต่ถ้าไม่ก็คงต้องลาจากไปตามชะตาชีวิตที่ถูกขีดไว้ สิ่งเหล่านี้ล้วนน่าเศร้าแต่ว่าถ้าคิดให้ดีๆแล้ว มันก็เหมือนกับการวิ่งมาราธอนหล่ะมั๊ง ที่พอเริ่มต้นก็วิ่งไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ แต่พอถึงจุดๆหนึ่งก็ต้องวิ่งย้อนกลับมายังเส้นชัยที่เป็นจุดเริ่มต้นอยู่ดี...

ชีวิตคนเรามันก็คงตามนี้แหละ...

 

 

ป.ล. แอบขำที่เห็นหลายๆคนว่าตัวแทนนิสิตฯไม่มีใครหล่อเลย... สงสัยเราจะยังคงชอบหน้าแตาแบบนี้เพราะความฝังใจ แต่ขอบอกว่าหมดความพิสวาสไปแล้วหล่ะ มันนานเกินไปที่จะหวังจนตอนนี้เฉยๆแล้ว

ป.ล.เบอร์สอง ไอพอตเริ่มเจ๊ง อาจต้องเสียเงินใหม่ในเร็ววัน

ป.ล.เบอร์สาม รู้สึกว่าจริงๆแล้วตัวเราคงจะเป็นที่ปรึกษาทางความรักที่ดีนะ และก็คงเป็นที่ผู้รับฟังที่ดีด้วยมั๊งเพราะมีแต่คนมาปรึกษาเรื่องชีวิตรัก (ทั้งๆที่ตัวเราไม่มีใครซักคนที่เรียกว่ากิ๊กได้...หุๆ) และมีแต่เพื่อนมาด่ากันเองให้เราฟัง น่าเหนื่อยใจจัง

ป.ล.เบอร์สี่ข้อสุดท้าย ตอนนี้รู้สึกว่าติดนิยายจีนหล่ะ อ่านแล้วรันทดในเหลือเกิน แถมเศร้าจังกว่าจะสมหวัง รึบางทีก็จบแบบเศร้าๆไปเลย

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่าๆๆ อยากมาลอยโคมที่ภาคเหนือเหรอ...มาเชียงใหม่สิค่ะ ฮี่ๆๆๆๆๆ
ส่วนความสุขค่อยๆมีทีละนิด ค่อยๆมาจะได้มีความสุขนานๆ ดีกว่ามาตู๊มเดียวนะ ฮี่ๆๆๆ

#1 By กะปิ '' on 2009-10-09 20:30

เขียนได้น่าอ่านดี
สนุกสนาน เห็นภาพชีวิตสาวรุ่นคนนึงเลยฮะ

confused smile

#2 By STORYONTHEWALL on 2009-11-09 23:12