BullShit

มองหน้าชั้นทำไมคะ

posted on 09 Dec 2009 17:12 by cheshire  in BullShit

 

คิดกี่ทีก็สงสัยและสงสัย

ว่าไอคุณพี่ฮาเค้ามองหน้าอิชั้นทำไม รึจริงๆแล้วอิชั้นเป็นคนคิดไปเองหว่า

 

เริ่มต้นครั้งแรกนั้น จำไม่ได้เหมือนกันว่าเห็นพี่ฮาครั้งแรกที่ไหน รู้แค่ว่าอื้อหือ หน้าหล่อดีนะ

แต่ว่าเนื่องจากพี่ฮาแกเป็นมนุษย์ชมรม ที่บ้าชมรมอย่างมาก ก็เลยคิดว่าตอนที่เห็นครั้งแรกก็น่าจะราวๆสามปีที่แล้ว แถวๆชมรมที่พี่แกอยู่นั่นแหละ ซึ่งนั่นก็คือชมรม "โยซซ่าโค่ยยยยยยยย" (สาบานว่านี่มันคือชื่อชมรมจริงๆ) ชมรมนี้เป็นชมรมเต้นแบบพื้นเมืองของญี่ปุ่นที่จังหวัดโคจิ แต่ชมรมที่มหาลัยเราถึงจะชื่อเดียวกันแต่น่าจะเป็นการเต้นแบบโมเดิร์นมากกว่า เพราะโชว์แต่ละอันที่ดูมันไม่ค่อยพื้นเมืองเลย คงปรับแล้วหล่ะ นั่นแหละค่ะเอาเป็นว่าพี่ฮาเป็นคนญี่ปุ่นที่หล่อ และบ้าชมรมมาก จนไม่แต่งตัวเท่าไหร่เลย แถมบางทีปล่อยตัวให้โทรมมากจนหน้าเหลือง และบางครั้งถึงขนาดใส่ชุมวอร์มกีฬาขึ้นมาโรงเรียน อันนี้ก็น่าจะเป็นเพราะฝึกชมรมแน่ๆเลย

และเอาเป็นว่าถึงพี่ฮาจะหล่อและป๊อบเงียบๆในหมู่คนไทย แต่กลับไม่มีใครหน้ามืด

ไม่รู้จริงๆว่าทำไม

และเพราะว่าเหตุผลข้างต้นที่กล่าวไปทำให้เราเอนจอยผู้ชายคนนี้เป็นซีฟู้ด (See Food) ที่มีโอกาสก็กิน ถ้าไม่ก็ไม่กินแค่นั้นแหละ

จนมาครั้งนึงที่สะกิดใจมาก เมื่อราวๆสองปีที่แล้วหล่ะมั๊ง

ตอนนั้นเราลงเรียนรำพัดญี่ปุ่นที่ต้องเรียนตอนปิดเทอมหน้าหนาวที่ชาวบ้านเขากลับบ้านกลับช่องไปหมด (แต่คุ้มนะฮะ ถึงจะได้สองมากิน) อาจารย์ถ่อมาจากสำนักในเกียวโต สอนกันเมามันมาก รำกันทั้งวี่วัน เรียกว่าลาภปากกระเหรี่ยงไทยและกระเหรี่ยงชาติอื่นกันไป ที่จะได้มีโอกาสเรียนอะไรแบบนี้  คนญี่ปุ่นยังแทบไม่มีโอกาสจะได้เีรียนอะไรแบบนี้เลย อ่อ...วกกลับมาเรื่องพี่ฮาก่อน

บังเอิญว่าพี่ฮาคนนี้เค้าก็ลงวิชานี้เหมือนกัน แต่ก่อนที่จะเริ่มคลาสครั้งแรกนั้น นักเรียนก็ต้องไปเข้าแถวซื้อพัดก่อน ซึ่งระหว่างที่ต่อคิวจ่ายเงินกับเครื่องนั้น อิชั้นก็คุยเม้าท์ๆกับเพื่อนคนไทยอยู่ ก็คุยเงียบๆไป แต่เพื่อนคนนึงมันดันพูดเสียงดังมัน อิชั้นก็เหลือบไปเห็นสายตาพี่ฮาเนี่ยแหละมองมาที่กลุ่มเรานานมาก เราก็คิดว่า...เออ สงสัยคุยดังไปแน่เลย แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร

ตอนนั้นในคลาสรำพัด อิชั้นก็เอนจอยซีฟู้ดพี่แกไปอย่างเอร็ดอร่อย (แน่นอนว่าพี่ฮารำเก่งมาก เพราะมารู้ทีหลังว่าเผอิญตอนนั้นได้เป็นหัวหน้าชมรมข้างบนไปเรียบร้อยโรงเรียนญี่ปุ่น)

จนเวลาก็ผ่านไปอีก

ก็เจอมั่งไม่เจอมั่ง ไม่สนใจ

ถ้าเจอก็แอบมองไปแว่บนึง แล้วก็เนียนไปทำเรื่องของตัวเองต่อไป

(อิ่มอร่อยพอและ ๕๕)

แต่เมื่อเทอมที่ผ่านมานี่รู้สึกว่าจะไม่ได้เจอทั้งเทอมเลยมั๊ง เพราะว่าคนญี่ปุ่นไปหางานกันหมด ตรงนี้ขออธิบายว่า คนญี่ปุ่นจะเริ่มหางานกันตั้งแต่ปีสามเทอมสอง โดยส่วนใหญ่จะไม่ลงเรียนกันเทอมนี้ หรือลงเรียนน้อยๆแล้วก็ไปตะเวรสมัครเข้าเซมินาร์แนะนำบริษัท ก่อนที่จะส่งใบสมัคร และสัมภาษณ์ (อย่างต่ำสองรอบ) ก่อนที่จะได้งาน แล้วโอกาสได้งานก็ค่อนข่างต่ำ เนื่องจากเศรษฐกิจอันฝืดเคืองของญี่ปุ่นและอเมริกาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา คนญี่ปุ่นก็เลยจะทุ่มเทกันมากๆเรื่องหางาน พอหาได้ก็จะกลับมาเรียนต่อหลังจากที่หยุดไปเทอมนึง

กรณีของพี่ฮาก็น่าจะเหมือนกัน เพราะว่าพอเริ่มเทอมนี้ พี่แกก็โผล่หน้ากลับมาโรงเรียนแล้ว แต่เราก็ไม่ได้เจออยู่ดีเนื่องจากโดดเรียนเป็นว่าเล่นเลยเทอมนี้ เพราะมันไม่ต้องเช็คชื่อ แถมเรียนก็น้อย 

 

 

และแล้วจนกระทั่งวันนี้

เราขึ้นไปมหาลัยทำงานทีเอ

ทำเสร็จก็มานั่งรอเวลาขึ้นรถกลับบ้านกะเพื่อนคนไทยตรงม้านั่งยาวด้านหน้าโรงอาหาร ณ ตอนนั้นไม่มีใคร นอกจากเรากะเพื่อนที่นั่งเด่น (ใครเข้ามาจะเห็นทันที) ด้านหลังเราสี่เมตรเยื้องไปสี่สิบห้าองศามีโต๊ะลุงขายเนตนั่งประจำอยู่ ระหว่างที่คุยกันเรื่องทริปฮอกไกโดกับเพื่อน วินาทีนั้นเองพี่ฮาเดินเข้ามาในโรงอาหาร กำลังจะเดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง ซึ่งถ้าจะขึ้นบันไดต้องเดินผ่านม้านั่งที่เรากะเพื่อนนั่งอยู่(แต่มันห่างกันใช้ได้เลย) เราไม่ได้สนใจหรอก และจะไม่รู้ด้วยว่าใคร ถ้าไอพี่ฮามันไม่หันหน้าขวับมาทางเรา พรึ่บ...

 

 

วินาทีนั้นเอง เราก็เลยรู้ว่า อ่อ...พี่ฮากลับมาเรียนแล้ว

 

ว่าแต่ทำไมถึงหันขวับซะอย่างนั้นฟระ งงจริงๆ

มองเพื่อนเราเหรอ...แต่เพื่อนเราหันหน้าเข้าหาตัวเราอยู่ (แปลว่าหันตรูดไปทางที่พี่ฮาเดินเข้ามา)

มองลุงขายเนทเหรอ...เป็นไปได้ว่าอาจจะมีโปรโมชั่นเนทถูกๆอยู่ แต่มันต้องพรึ่บ...มั้ย

และสุดท้าย มองเรา...แล้วทำไมต้องพรึ่บ รึหน้าเราบานเพราะเลิกไว้ผมม้า

 

 

มา ณ ตรงนี้เราจึงขอถามทั้งแฟนขาประจำ และผู้อ่านขาจรว่า

คุณคิดว่า พี่ฮา...มองอะไรคะ รึว่าเราคิดไปเอง