Memento

One year ago...

posted on 12 May 2007 18:33 by cheshire  in Memento

หนึ่งปีแล้วสินะ

.

..

...

....

.....

....

...

..

.

สำหรับสาวตัวอวบ หน้าแบนคนนี้ หนึ่งปีที่ผ่านมา มันช่างมีอะไรๆเกิดขึ้นมากมายเหลือเกินหว่ะ วันนี้ของปีที่แล้ว เราก็เหมือนกับเด็กที่รู้ผลแอดมิตวันนี้ ดีใจที่แอดมิตติดคณะที่ใฝ่ฝันมาตลอด ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยลุ้นเท่าไหร่ก็เหอะ...(ก็คะแนนมันดีนี่หว่า จะกังวลไปทำไม แต่อยากบอกว่าหม่าม๊าก็ยังหวั่นๆ ว่าได้คะแนนเท่านี้ แล้วลูกสาวชั้นจะติดรึเปล่า) พอรู้ผล แทนที่วันรุ่งขึ้นตัวกรูจะไปกระแดะงาน CU first date แต่ก็ไม่... ทั้งๆ ที่ป๊าก็มาถามแล้วถามอีกว่าไปเปล่า เด๋วขับรถไปส่ง... แต่กรูไม่ไป หลังจากรู้ผลแอดมิตว่าติดคณะที่ใฝ่ฝันแล้ว ก็ต้องไปสอบสัมภาษณ์อีกรอบซึ่งก็แน่นอนว่า การสอบสัมภาษณ์นี้ไม่มีใครสอบตก (แหง็มล่ะสิ สอบแอดมิตผ่านแล้ว ขืนมีตกสัมภาษณ์มันจะไม่งี่เง่าไปเรอะ) ตอนสอบสัมภาษณ์ที่คณะ ด้วยความที่เพื่อนๆในสายยกโขยงข้ามรั้วไปยังคณะที่ติดกับเตรียมฯไปร่วมสามสิบคน บรรยากาศตอนรอสัมภาษณ์สำหรับเราแล้วจึงไม่มีความกดดันเลยซักนิด แต่ว่าดันมาเครียดเอาจริงก็ตอนเข้าห้องสอบสัมภาษณ์นี่แหละ

จำได้ว่าตอนสอบสัมภาษณ์ ดันตอบคำถามแบบหน้าแตกออกไป จนอาจารย์ที่สอบสัมภาษณ์หัวเราะในคำตอบที่น่าสมเพชของกรู แต่ที่จำได้แม่นกว่าก็คือ คำถามที่ว่า "แล้วหนูคิดว่า ตัวหนูจะเข้าเอกญี่ปุ่นได้มั้ยคะ?" ตัวกรูในตอนนั้นซึ่งไร้ความลังเลก็ตอบออกไปฉับพลันว่า "ได้ค่ะ" หารู้ไม่...ว่าตัวกรูเองผ่านเข้าเอกญี่ปุ่นที่แสนลำบากมาได้ด้วยความฉิวเฉียดแค่ไหน (ใช่ค่ะ ที่โหล่ค่ะ....) ในเอกญี่ปุ่นปีที่แอดมิดเข้าไป รับแค่สามสิบคน และด้วยความทะนงตัวเองราวกับกบที่อยู่ในกะลามาตลอด จึงได้ประจักษ์ว่า "ที่นี่ต่างหากคือสนามรบอันแท้จริง"เพื่อนๆในเอกเก่งกันมากๆ ทั้งเก่งแล้วก็ขยัน พวกที่ไปแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นมาหนึ่งปีก็เพียบ แล้วตัวกรูที่แสนขี้เกียจคนนี้จะไปตบตีแย่งชิงกับเค้าไหวงั้นรือ...

หารู้ไม่ว่า......ตัวกรูในตอนนั้น จิตใจไม่ได้อยู่กับคณะที่ใฝ่ฝันมาตลอดชีวิตนี้อีกต่อไป ใช่แล้ว กรูคือมนุษย์...ที่มีความอยากไม่รู้จักหมดสิ่น จิตใจในตอนนั้นเอาแต่พร่ำเพ้อถึงการมาเรียนที่ญี่ปุ่น ณ ที่ๆเรียนอยู่ตอนนี้...

แต่อย่างน้อยก็ภูมิใจว่า ตัวกรูคนนี้ก็เคยเป็นส่วนหนึ่งของเลือดสีเทา และตัวกรูคนนี้ก็ใช้ชีวิตมาอย่างที่ต้องการแล้วจริงๆ ถึงตอนนั้นในใจจะตัดสินใจแล้วก็ตามว่า ไงๆกรูก็ทิ้งที่นี่แน่ๆ แต่ว่าก็ยังไปคณะทุกวัน ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ เข้าบ้าน สอบกลางภาคของเทอมหนึ่ง (ที่ไม่ได้อ่านหนังสือสักกะตัว กรูเข้าไปมั่ว แต่ก็ดันออกมาไม่น่าเกลียดมาก) เรามั่นใจว่าเราใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าแล้วในแบบของเรา

หนึ่งปีที่ผ่านมานี้มีทั้งความทรงจำแล้วก็ประสบการณ์เพิ่มขึ้นตั้งเยอะ แต่ทว่าจะต้องทำยังไงนะ ถึงจะรู้สึกถึงความเป็นผู้ใหญ่ให้มากกว่านี้ สิ่งที่ตัวเราเป็นอยู่ตอนนี้มันสามารถเรียกได้ว่าเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้วรึเปล่านะ

*****************************

สุดท้ายนี้ ก็ขอแสดงความดีใจกับคนที่แอดมิตติดนะ

ส่วนคนที่ไม่ติด ก็ไม่เป็นไร

คุณค่าของคนเรา

ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสอบเข้ามหาลัยรัฐบาล

แต่

"อยู่ที่การเลือกใช้ชีวิตของเราตะหาก"

ป.ล. ถึงไอน้องรัก ถึงเอ็งจะเอ็งไม่ติด เอ็งก็ยังเป็นน้องชายคนเดียวของเจ้ตลอดไป อย่าเสียใจนะ กรูรู้นะถึงเมิงจะไม่ขยันอ่านหนังสือ แล้วก็เล่นเกมจนกระทั่งวันสอบ แต่อย่างน้อยกรูก็คิดว่าเมิงพยายามแล้ว ทั้งเรียนพิเศษ อ่านหนังสือจนดึกตลอดในช่วงม.หกเทอมหนึ่งพร้อมๆ กับฟังเพลง ส่วนเทอมสองนี่เป็นเช่นไรตัวกรูพี่สาวสุดอวบคนนี้มิอาจทราบ ยังไงต่อไปนี้ก็ขอให้เอ็งตั้งใจเรียนให้มากกว่าเดิมละกันนะ ส่วนแกยัยกระแดะปุ๋ย ขอให้หลงระเริงไปกับสีเขียวที่กลายเป็นสีโปรดแกตั้งแต่สอบตรงติดไปเรื่อยๆละกันย่ะ