ขับรถเล่นในวันฮาโลวีน

posted on 01 Nov 2009 18:50 by cheshire  in Memento

 

 

เมื่อวานเป็นวันฮาโลวีนที่มีความสุขมากๆค่ะ

เพราะว่าเมื่อวานไปไดรฟวิ่งเล่นกับเพื่อนๆมา รวมทั้งคณะก็หกชีวิต

ไดรฟวิ่งครั้งแรกในญี่ปุ่นเลย แล้วก็เป็นครั้งแรกที่ไปเที่ยวกับเพื่อนๆโดยรถยนต์

 

ทริปนี้จริงๆมันก็มีที่มาจากเราน่ะแหละ เพราะว่าเราจะมีโอกาสอยู่กับเพื่อนสนิทกันแบบครบๆอีกไม่กี่วันแล้ว พอหมดช่วงสอบกลางภาคย่อยตอนวันศุกร์ ก็เลยตัดสินใจไปวันเสาร์นี้แหละ ฤกษ์ดีสุดแล้ว (จริงๆวางแผนกันมาครึ่งเดือนได้แหละ แต่ตอนแรกกะว่าจะนั่งรถไฟไปเที่ยวกัน) ทริปครั้งนี้เป็นการประเดิมใบขับขี่ของเพื่อนคนญี่ปุ่นเลย บอกตามตรงตอนแรกก็หวาดเสียวเหมือนกันว่า

          "นี่จะเป็นทริปฮาโลวีนสุดสยองไปรึเปล่าวะ........."

แต่สุดท้ายก็รอดตาย ๕๕๕ จริงๆเพื่อนคนนี้ขับรถใช้ได้เลยนะ แอบเกรงใจนิดหน่อยด้วย เพราะเป็นผู้ชายคนเดียวในทริป แถมเป็นคนญี่ปุ่นคนเดียวอีก ด้วยความที่เวลาไปเที่ยวในญี่ปุ่นโดยปกติแล้ว เราจะไปเที่ยวโดยรถไฟ เรือ รสบัส(ที่ขึ้นไฮเวย์) ไม่ก็เครื่องบินตลอด การเดินทางมันก็เลยจะเป็นทางตรงๆนั่งสบาย แต่รอบนี้ทำให้ประจักษ์แล้วว่า..ญี่ปุ่นมันคือแม่ฮ่องสอนดีๆนี่เอง แถมถ้าไม่ใช่ทางไฮเวย์กับตัวเมืองจะเป็นทางแบบนี้ทั้งประเทศ ตอนนั่งรถชั่วโมงแรกนี่ยังไม่ค่อยชิน เล่นเอาเวียนหัวใช่ย่อยเลย เหมือนสมัยไปเที่ยวแม่ฮ่องสอนตอนเด็กๆเปี้ยบ 

เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูใบไม้ร่วง เพราะฉะนั้นอากาศก็เลยดีเอามากๆๆๆๆๆๆ แต่ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนอย่างนี้ยังเร็วไปสำหรับการดูใบไม้เปลี่ยนสีไปนิด แต่ถ้าไม่ไปเที่ยวช่วงนี้แล้วก็จะไม่มีเวลาแล้ว แถมเพื่อนก็จะกลับไทยแล้วด้วย เมื่อวานที่ไปขับรถก็ถือว่าอากาศดีสุดๆ ทั้งที่ตอนแรกดูพยากรณ์อากาศแล้วบอกว่าจะมีเมฆมาก แต่สรุปก็คือมีแดดทั้งวัน ทำให้ไม่เย็นเกินไปสำหรับสาวไทยขี้หนาวอย่างพวกเราด้วย

 

ที่แรกที่ไปก็คือ

"สะพานแขวนคนเดินที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น"(Kuju"Yume" ootsurihashi) ที่นี่ค่อนข้างใกล้ ขับจากเมืองที่อยู่ไปราวๆ ชั่วโมงกว่าก็ถึงแล้ว ธรรมชาติข้างทางก็สวยมากจริงๆ ค่าเข้าที่นี่คนละ 500 เยนค่ะ โดยส่วนตัวแล้วที่นี่ก็ไม่มีอะไรเด่นเลย เหมือนถูกสร้างมาเพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวกลางธรรมชาติชัดๆเลย ถ้าชอบเที่ยวแบบธรรมชาติก็น่าลองค่ะ ช่วงที่แนะนำก็ช่วงเดือนพฤศจิกายนเนี่ยแหละ เพราะว่าเป็นฤดูที่ดีที่สุดในการเที่ยวแบบธรรมชาิติแล้ว อ่อสะพานนี้ให้คนเดินข้ามไปข้ามมาได้ด้วย(เดินได้คนละสองเที่ยวนะคะ ขาไปกับขากลับ) ตอนเดินข้ามสะพานแอบกลัวด้วย เพราะว่ามันเป็นสะพานแขวนมันเลยสั่นๆ ทั้งๆที่เมื่อวานไม่มีลมด้วยนะ แถมตรงทางเดินดันเป็นรูมองทะลุลงไปข้างล่างได้อีก ขาสั่นนิดๆเลยหล่ะตอนเดินขาไป ๕๕๕ อ่อ...อีกอย่างที่ขอเตือนเกี่ยวกับที่นี่ก็คือ ห้ามใส่ส้นสูงเด็ดขาด เพราะว่าเด๋วส้นจะติดรูตรงทางเดินเอา ขนาดเราใส่ส้นแบนยังแบบเดินไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่เลย



ตั๋วของเมื่อวานที่ไป
 
 

Image Hosted by ImageShack.us
 
วิวที่ไปมาค่ะ
 
ที่นี่เสียดายที่ไม่มีแม่เหล็กขายเป็นของที่ระลึก อดเข้าคอลเลคชั่นบ้านที่ไทยเลย (TT ^ TT)

ต่อจากนั้น เราก็ไปกินข้าวที่ร้านอาหารกลางหุบเขา ที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากเกษตรกรในละแวกนั้นมาทำเป็นอาหารค่ะ เป็นแบบบุฟเฟต์คนละประมาณ 1,400 เยน อาหารก็ใช้ได้ไม่ได้อร่อยเป็นพิเศษ เติมพลังกันเสร็จก็ราวๆบ่ายสองโมงแล้วแหน่ะ เลยมุ่งหน้าไปยังภูเขาไฟอาโซแถบๆคุมาโมโต้



"ที่ราบสูงแถบภูเขาไฟอาโซและภูเขาไฟอาโซ..." อันนี้ไม่อยากจะบอกว่ามันเป็นที่ ที่ไม่มีอะไรเลย ไม่มีอะไรจริงๆ ๕๕๕ มีแค่ทุ่งดอกหญ้าที่น่าเอาไว้ถ่ายทำเอ็มวี ไม่ก็นั่งเหม่อถึงคนที่แอบรักแบบนั้นมากกว่า แต่สวยมากๆเลยนะ ไม่รู้เพราะไปแต่กับเพื่อนสนิทแล้วอากาศที่ดีมากด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้ ตรงที่ราบสูง..เรากับเพื่อนๆวิ่งเล่นกันอย่างมีความสุข สนุกยิ่งกว่าไปตอนโอกินาว่าซักร้อยเท่าเลย ส่วนที่ภูเขาไฟอาโซก็เหมือนกับซากดาวอังคารที่มีดินแดงๆน้ำตาลๆ แล้วตรงกลางปล่องก็มีควันพุ่งๆออกมา ไม่มีอะไรพิเศษ

หลังจากนั้นก็ขับรถกลับมา กว่าจะถึงบ้านก็ร่วมห้าทุ่มแหน่ะ เหนื่อยเพราะเมารถแต่ก็สนุกมากๆ ให้คะแนนเต็มสิบเลย ทั้งๆที่ที่เทีั่ยวมันก็ไม่มีอะไรเลย ๕๕๕ แต่ไม่รู้ทำไมแฮปปี้สุดๆ ที่แน่ๆ....วันนี้พอตื่นขึ้นมาแล้วโคตรปวดหลังเลย (TT ^ TT) เมื่อยไปทั้งหลังเลย ไม่อยากจะนึกถึงเพื่อนคนยุ่นที่ขับรถให้เลย ขับร่วมสิบสี่ชั่วโมง แต่น่าจะไม่เป็นปัญหามาก เพราะรายนั้นมีหมอนวดส่วนตัว ๕๕๕

  ***************************************


ปิดท้ายนะคะ รูปของเมื่อวานนิดหน่อย



  เป็นแบบนี้ทั้งภูเขา ๕๕


 

  ยืนยันว่ามีแค่นี้


 

 
ดาวอังคาร(ภูเขาไฟอาโซ)

    

 

  *********************************************

 

ป.ล.เทอมนี้ว่างสุดๆ เพราะเทอมสุดท้าย ความขี้เกียจถาโถม

ป.ล.เบอร์สอง ตอนนี้ติด You're beautiful หล่ะ จางกึนซอกหล่อมาก ๕๕ ชอบผู้ชายที่ยิ้มแล้วได้แบบนี้

ป.ล.เบอร์ สาม อยากตั้งชื่อทริปว่า "ทริปร้อยหกสิบ" ไม่มีใครสูงถึงร้อยยกสิบเซ็นต์เลย ยกเว้นคนขับ ไปไหนมาไหนทีหยั่งกะพ่อกะลูกสาวห้าคน มิน่าหล่ะเวลาไปเที่ยวที่อื่น คนอื่นเค้าถึงมองเราด้วยความเอ็นดูกันเหลือเกิน

ป.ล.เบอร์สี่... เธอไปได้ไกลแล้วก็ดังแล้วนะ ดีใจด้วย แต่เกินที่เราจะเอื้อมแ้ล้วหล่ะ ยังไงก็จะเฝ้ามองเธอต่อไปละกัน

และป.ล.เบอร์สุดท้าย ตอนนี้เอียนเรื่องรักและปัญหาชีวิตรักของทุกๆคน เหมือนทุกคนรอบตัวจะมาปรึกษาเรื่องเทือกๆนี้จนเราเหนื่อยจัง


edit @ 2 Nov 2009 07:58:07 by Cheshire_XxX